ไทรอยด์เป็นพิษ ภูมิแพ้ ลมพิษ รักษาแผลสด น้ำปัสสาวะรักษาโรค

คุณดวงพร ช่วยคงมา อายุ 48 ปี อาชีพธุรกิจส่วนตัว
ก่อนจะรู้จักแพทย์วิถีธรรม ป่วยมาแล้ว 5 โรค เป็นไทรอยด์เป็นพิษ ความดัน ไมเกรน เครียด ภูมิแพ้
เป็นมาประมาณ 10 กว่าปี ปี2555 ได้รู้จักแพทย์วิถีธรรมทางยูทูป ตั้งใจปฏิบัติ ทำอย่างจริงจังใช้เวลาประมาณครึ่งปี จนกระทั้งโรคที่เป็นหายหมด คุณหมอได้ตรวจเลือด พบว่าค่าเลือดเป็นปกติ นอกจากโรคไทรอยด์ ก็เป็นโรคเครียดด้วย เป็น Panic เป็นโรคประสาท โรคจิต ก็ใช้ศาสตร์ของหมอเขียวทั้งเรื่องธรรมะและอาหารปรับสมดุลร่างกาย จนทุกวันนี้ ก้ไม่เคยป่วยหรือไปหาหมออีกเลย
ส่วนน้ำปัสสาวะ ครั้งแรกที่ที่ได้ยินว่า น้ำปัสสาวะเป็นยานั้น ก็ไม่เชื่อ เพราะว่า รับไม่ได้ จะให้ทำอะไรก็ทำได้หมด ทำทุกอย่าง ยกเว้นดื่มน้ำปัสสาวะ ทั้งที่อ่านหนังสือทั้งของอาจารย์ (ดร.หมอเขียว ใจเพชร กล้าจน) และของป้านิดดา (ป้านิดดา หงส์วิวัฒน์) แต่ก็ยังไม่เชื่อ จนกระทั้งได้ไปอบรมเรื่องการทำอาหารกับจิตอาสาท่านหนึ่ง ได้ยินจิตอาสาท่านหนึ่งบอกว่า “ถ้าบุญไม่เปิด จะไม่ได้ใช่” ตอนนัั้นมันคงยังไม่ถึงเวลาของเราที่จะได้ใช้
จนกระทั้งประมาณเดือนตุลาคม ปี 2556 ได้เดินทางไปต่างจังหวัด เพื่อไปดูแลแม่ที่ป่วย
โดยปกติ ตอนนั้นที่ทำยา 9 เม็ด ก็จะเป็นลมพิษประจำเลย ส่วนนี้ยังไม่หาย ยังเป็นอยู่ วันนั้นเหมือนบุญเปิด เพราะเป็นลมพิษทั้งตัวเลย วันนั้นไม่มีคาลาไมน์ ยาแก้แพ้ก็ไม่ได้เอาไป ต่างจังหวัดไม่มีที่ไปซื้อ ทรมานมาก เป็นลมพิษเป็นปื้นๆ จะทำอย่างไรดี มันทรมานก็เลยนึกได้ว่า น้ำปัสสาวะเราก็อ่านที่ว่า รักษาโน่นนี่ ลมพิษ เราก็นึกได้ ไม่มีอะไร เราก็ลองใช้ดูดีกว่า ก็ตัดสินใจเข้าห้องน้ำ ก็ปัสสาวะมาใส่แก้ว แขนที่เป็นลมพิษ กำลังร้อน วูบ ๆ เป็นปื้น ก็เอามาทาเลย พอทาไม่ถึง 5 นาที จากที่มันร้อนวาบๆ มันทรมานนะ ลมพิษปื้นใหญ่ที่แขน มันหายค่ะ เราก็บอก “มันดีขนาดนี้เชียวหรือนี่” ส่วนที่เหลือ ไม่ช้าเลย เข้าห้องน้ำ ดื่มเลยเพราะตอนนั้นก็ยังไม่งดทานเนื้อสัตว์ ยังทานรสจัดอยู่ ก็เลยผสมน้ำแล้วก็ดื่มตั้งแต่ตอนนั้น ปลายปี 2556 จนถึงทุกวันนี้

ที่น่ามหัศจรรย์คือ ลมพิษที่เคยเป็น ตั้งแต่ดื่มน้ำปัสสาวะ ไม่ขึ้นอีกเลย ไม่เป็นอีกเลย เพราะตัวเองเป็นภูมิแพ้ คันทั้งตัว ขอบเสื้อใน ขอบกางเกงใน แม้กระทั้งเวลาเป็นรอบเดือน ขอบผ้าอนามัย เป็นอะไรที่ทรมาน เป็น 10 ปี ตั้งแต่นั้นมา ไม่มีอาการแพ้อะไรเลย

น้ำปัสสาวะ ก็จะใช้ดื่มตอนเช้าทุกวันและทาหน้า เพราะว่าได้อ่านจากหนังสือน้ำปัสสาวะของอาจารย์บอกว่า น้ำปัสสาวะตอนเช้าหลังจากที่เราพักผ่อนเพียงพอ จะมีเมลาโทนิน ก็จะดื่มตอนเช้าและตอนเย็นด้วย แต่ใช้ทุกวัน ไปไหนก็จะใช้หมด ก็จะดื่ม 1 แก้วและที่เหลือจะทาหน้า ใช้แทนยากันแดดดีมาก หรือแม้กระทั้งเราทำงาน บางทีต้องแต่งหน้าบ้าง เราก็จะใช้น้ำปัสสาวะแทนโทนเนอร์ทาก่อน แล้วค่อยใส่รองพื้น ก่อนแต่งหน้าบ้าง ก็ใช้ดี ใช้ดีมาก ออกแดดหน้าไม่คล้ำ สมัยก่อนถ้ากลับต่างจังหวัด หน้าเราจะคล้ำ ดำและลอก หลังจากที่ใช้น้ำปัสสาวะ ไม่มีเลย ผิวเราก็ไม่ลอกด้วย

ทุกวันนี้ ไม่ได้ใช้เครื่องสำอางหรือครีมบำรุงอะไรทั้งสิ้น ใช้น้ำปัสสาวะนี้ทาผิว ผิวก็ไม่ดำ ไม่คล้ำ ปัจจุบันใช้น้ำปัสสาวะทุกวัน ไม่มีวันหยุด ถ้าวันไหนทานอาหารรสจัดหน่อย ก็จะผสมน้ำ ในช่วงเดินทาง ก็ไม่มีปัญหา ก็จะหาแก้วหรืออะไร มีขวดน้ำ ก็ตัดขวดน้ำแล้วก็รอง และดื่มได้ทุกทีทุกเวลา

เชื่อว่าน้ำปัสสาวะมีฮอร์โมนที่ทำให้เราดูหนุ่มสาวขึ้น เป็นเหมือนยาอายุวัฒนะ ตั้งแต่ใช้น้ำปัสสาวะ ชีวิตรู้สึกโล่ง โปร่ง มันไม่ต้องมีอะไรยุ่งยากเลย เราป่วย เราก็กิน ชีวิตไม่ต้องยุ่งยาก
คนอื่นก็ว่าบ้าง คนข้างเคียงก็ว่าบ้า แต่ก็ไม่ได้สนใจ เพราะเรารู้ว่ามันดี อย่างแฟนก็จะบอกอย่าเอามาวางแถวนี้นะ ก็ไม่เป็นไร บอกเขาไม่ต้องเป็นห่วง เพราะเราจะหวงน้ำปัสสาวะเราอยู่แล้ว มันไม่พอกิน เรารู้อยู่ว่ามันคือความจริง เราพิสูจน์เองว่ามันดี ก็จะบอกต่อคนอื่น

ล่าสุดลูกน้องที่สวนยาง ไปรถล้มมา เป็นผู้หญิงกับลูกสาว มีแผลบริเวณใบหน้า ไปถูกับพื้น เขาล้างแผลอยู่2 วัน ก็บอกเขาไม่ต้องไปล้างแผลแล้ว ได้แนะนำให้น้ำปัสสาวะเช็ดตรงที่เป็นแผล ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เขาไปล้างแผลอยู่ 2 วัน แผลยังไม่แห้งเลย เขาใช้น้ำปัสสาวะเช็ดแผลเพียงวันเดียว แผลที่เป็นบริเวณใบหน้า แห้งหมดเลย ก็บอกเขาว่ามันมีประโยชน์ ให้ทาให้ลูกด้วย ทาตอนแรกเด็กก็ร้อง พอทาไปสักพัก เด็กก็ไม่ร้องหลังจากที่เราแกะแผลออก รถล้มใหม่ๆ ประมาณวันที่ 14-15 ยังเป็นแผลเป็น แผลน่ากลัว แต่พอมาเช็ดด้วยน้ำปัสสาวะ แค่วันเดียว มันแห้งหมดเลย

โรคเก๊าท์และทาผิวแทนโลชั่น การใช้น้ำปัสสาวะในชีวิตประจำวันของสจ๊วตหนุ่ม

คุณวันชัย เบญจพรชัย อายุ 55 ปี จิตอาสาแพทย์วิถีธรรม สวนป่านาุบุญ 3

อาชีพ พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน (สจ๊วต) อดีตเป็นโรคเก๊าท์ มียูริคสูง มามากกว่า 10 ปี หมอบอกว่าเป็นกรรมพันธุ์ เพราะเป็นคนจีน ที่บ้านชอบทานเนื้อสัตว์มาก ทำให้มียูริคสูง ตอนแรกก็เชื่อตามที่หมอบอกคือโรคเก๊าท์ รักษาไม่ได้ ต้องกินยาตลอดชีวิต ก็กินยามาโดยตลอด เป็นเวลามากกว่า 10 ปี เราเชื่อแบบนั้นจริงๆ ว่าโรคนี้ไม่สามารถรักษาหายได้

วันหนึ่ง พอได้มาเข้าค่ายหมอเขียว มาปฏิบัติและกินแบบหมอเขียว คือกินอาหารรสจืด งดเนื้อสัตว์ ก็ตัดสินใจเลิกทานยาหมอช่วงตอนเข้าค่าย ตอนแรกก็กลัวเหมือนกัน กลัวจะเจ็บ เพราะอาการปวดของเก๊าท์หรือยูริคสูง จะปวดมาก ตอนนี้ก็เกือบ 3 ปีแล้วไม่ได้กินยาเลย ไม่มีอาการอะไร ปัจจุบัน ใช้วิธีปรับสมดุลเรื่องอาหาร ไม่ทานอาหารรสจัด ปรับมาทานน้ำปัสสาวะมากขึ้น

ปัจจุบันใช้น้ำปัสสาวะเป็นประจำคือใช้ดีท็อกซ์และแช่ตัว โดยเอาน้ำปัสสาวะที่เหลือผสมกับน้ำร้อน เพราะเป็นสจ๊วต เวลาไปเมืองนอก ก็จะแช่ทั้งตัวตามอ่าง โดยเฉพาะช่วงอากาศหนาว แต่ก่อนจะใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ทาทั้งตัว ทั้งหน้า เพราะอากาศหนาว ผิวจะแห้ง ปัจจุบันก็เลิกใช้  มอยเจอร์ไรเซอร์แล้ว หันมาใช้น้ำปัสสาวะแทน โดยหลังจากนำน้ำปัสสาวะมาล้างตา ล้างตาโดยใส่ถ้วยกระบอกล้างตา ที่เหลือนำมาทาหน้า ทาขา ทาตัว น้ำปัสสาวะ เหมือนมอยเจอร์ไรเซอร์จะช่วยเคลือบผิวไปในตัว ผิวไม่แตก ปกติเวลาบินยุโรปไกลๆ อากาศแห้ง หน้าหนาว ผิวจะแตกมาก จะใช้ปัสสาวะทา 2-3 ครั้ง พอนึกได้ ก็ทา เดี๋ยวก็แห้ง น้ำปัสสาวะเป็นสารเคลือบผิวได้ดี โดยไม่ต้องล้างออก ใส่สูท ผูกไทปกติ เพราะไม่มีกลิ่น โดยปกติเพื่อนที่สนิทกัน จะถามว่า “แกกินฉี่เหรอ” ก็ตอบเขาไป “ใช่ นี่ไง หน้าก็ทาด้วย” เพื่อนมองก็ งง ๆ ก็ไม่เป็นไร เราเองรู้สึกเฉยๆ เพราะน้ำปัสสาวะ ก็ไม่มีกลิ่น น้ำปัสสาวะจะมีกลิ่น ก็นอกจากไปโดนเสื้อผ้า จึงจะมีกลิ่น ขนาดฉี่ที่เอามาเก็บไว้ ข้ามคืน วันสองวันแล้ว เอาลองมาแตะๆดู เหมือนมีกลิ่น แต่พอมาทาหน้าเรา ก็ไม่มีกลิ่น

ทุกวันนี้ ตื่นเช้ามาก็จะดื่มวันละ 1 แก้ว และนำมาทาหน้า ทาตัว จะทาเป็นประจำ แต่ช่วงหน้าร้อน ที่นี่อากาศร้อนมาก ไม่จำเป็นต้องใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ ก็ไม่ค่อยใช้ และใช้ล้างตาเป็นประจำ แต่เวลาไปบิน ทั้งอากาศบนเครื่องบินเองหรือต่างประเทศ เมืองนอก ก็ยังประมาณ 10 องศา ยังหนาวอยู่ ผิวจะแห้งๆ ก็จะใช้น้ำปัสสาวะทาเป็นประจำ ทาขา ทาตัว

โดยปกติแล้วที่ขาจะเป็นผื่น แล้วจะเกาเป็นประจำ หลังจากที่ใช้น้ำปัสสาวะแล้ว ก็จะเกาน้อยลง หรือบางทีก็ใช้น้ำมันเขียวเหยาะด้วย ก็ไม่เป็นแผล ซึ่งแต่ก่อน จะไม่ได้เลย ต้องหาครีมมาทา ใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ ใช้วาสลีน ซึ่งเข้มข้นมากจะทำให้ผิวเราไม่แตก แต่เดี๋ยวนี้ไม่ต้องใช้แล้ว ปัสสาวะเราดีที่สุด

ส่วนครอบครัว แต่ก่อนนี้ เขายังไม่รู้ พอวันหนึ่งเริ่มบอกเขาว่าเราดื่มน้ำปัสสาวะ  ทุกคนตกใจ   แต่ก่อนจะเก็บน้ำปัสสาวะไว้ในห้องน้ำแล้วจะซ่อนๆไว้ หลังจากพอเราบอกเขาแล้ว ไม่ต้องซ่อนแล้ว ก็วางเปิดเผยแล้วก็มีแก้วใหญ่สำหรับใส่น้ำปัสสาวะ เพื่อเอาไปทำปุ๋ย พอตอนเช้าดื่มน้ำปัสสาวะเสร็จ ที่เหลือก็นำมาล้างตา บางทีก็เอาไปทำปุ๋ย บางทีลืม ก็จะอยู่ในห้องน้ำ แรกๆ ทุกคนเห็นก็จะกรี๊ด ตกใจ เพราะมันเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ แต่เราก็บอกเขาว่ามันเป็นสิ่งที่มีประโยชน์

สำหรับน้ำปัสสาวะที่ทิ้งไว้นาน โดยปกติ เอาไปทำปุ๋ยอยู่แล้ว แต่ถ้าบางทีลืม ก็จะเก็บเอาไปทาหน้า ทาขา ถ้าฉุนมากๆ วันนั้น ทดลองจิบดู จะมีกลิ่นแรง ฉุนนิดๆเพราะเก็บไว้หลายวัน แต่ก็อยากจะรู้ว่าจะอ๊วก จะอะไรไหม ก็ไม่เป็นไร เพราะอาจจะเคยชินกับมันแล้ว แต่เอามาทาตัวก็มีกลิ่นนิดหน่อย แต่พอสักพัก กลิ่นก็หายไป

น้ำปัสสาวะนี่ เป็นสิ่งที่เราไปเกลียดเขา เพราะบางทีเห็นแล้ว มันเป็นสิ่งที่น่าเกลียด เพราะมันอยู่ในห้องน้ำ เนื่องจาก ตามห้องน้ำ น้ำปัสสาวะมันอยู่ในโถ มันมีแบคทีเรีย มีจุลินทรีย์ มันเลยทำให้ ดูสกปรก น่ารังเกียจ แล้วมันมีกลิ่น และสกปรก  แต่จริงๆแล้วน้ำปัสสาวะ มันกรองออกมาจากไตและเป็นสิ่งที่สะอาดมาก ถ้าเราเก็บไว้ในภาชนะที่สะอาด มันก็จะสะอาด แล้วน้ำปัสสาวะก็คือของๆเรา ที่ถูกกรองออกมาแล้ว เรากินอะไรเข้าไป น้ำปัสสาวะก็จะออกมาเป็นแบบนั้น ยิ่งตอนช่วงที่เราไม่สบายนะ จะพยายามกินน้ำปัสสาวะมากๆเลย เพราะจะเป็นยา กลับไปรักษาตัวเราเอง ซึ่งมันดีมากๆ ไม่ต้องไปกินยาอะไรเลย กินจิบไปเรื่อยๆ  อาจารย์ (หมอเขียว) ก็เคยสอนว่า หลังจากเรากินน้ำปัสสาวะเข้าไป มันจะเหมือนเป็นวัคซีน พอกินเข้าไป เม็ดเลือดขาว ก็จะตกใจ ว่ามีเชื้อโรคอ่อนๆมาแล้ว เม็ดเลือดขาวก็จะสร้างขึ้นมาอีกแล้วก็จะไปกำจัดสิ่งที่อยู่ในน้ำปัสสาวะและเชื้อโรคที่อยู่ในตัวเราด้วย  พร้อมกันทีเดียวเลย

 

ตาบอดกระทันหัน ใช้น้ำปัสสาวะแช่ตา จนหาย

คุณมาลากุล ทรงยศ อายุ 59 ปี อาชีพ รับราชการ ครู

มีอาการตาบอดกะทันหัน หลังก้มเก็บของ เมื่อเงยขึ้นมา ตาขวากลับมืดมองไม่เห็นอะไร          ในวันแรกใช้วิธีการนวดตา จากที่เคยได้ยิน จักษุแพทย์แนะนำพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ แต่ก็ไม่หาย ยังคงมีอาการเจ็บปวดอยู่ เลยตัดสินใจใช้น้ำปัสสาวะแช่ตา วันที่ 2 ไปหาจักษุแพทย์ หมอบอกว่าเป็นโรควุ้นสายตาเสื่อมซึ่งเป็นอาการของคนเป็นโรคเบาหวาน ทั้งที่ตนเองไม่ได้เป็นเบาหวาน หมอให้ยาหยอดตาและยาทานมา โดยตนเองได้หยอดตาและทานยาสลับกับการใช้น้ำปัสสาวะ

แต่หลังจากนั้น 2 -3 วัน อาการไม่ดีขึ้น ยังคงมองไม่เห็น มืดเหมือนเดิมและมีอาการแสบบวม จึงตัดสินใจเลิกใช้ยาหมอ และใช้แต่น้ำปัสสาวะแช่ตา โดยใช้ฝาขวดน้ำขนาด 6 ลิตรใส่น้ำปัสสาวะและลืมตาในฝาขวดนั้น ทำแบบนี้ ทั้งเช้า เที่ยง เย็นและทุกครั้งที่ปัสสาวะออกมา รวมทั้งใช้การพอกหน้าด้วย ดินสอพองผสมผงถ่านผสมกับน้ำปัสสาวะ พอกที่หน้า เมื่อแห้งก็แกะออก รวมทั้งการกัวซา ขูดพิษ ขูดลมที่ใบหน้าร่วมด้วย

ตนเองรู้สาเหตุที่เป็น คือ เกิดจากการมีพิษร้อนในร่างกาย เพราะต้องขับรถเดินทางต่างจังหวัด เป็นระยะเวลานาน ทำแบบนี้จนกระทั่งหาย

หลังจากที่หายจากโรควุ้นสายตาเสื่อม การใช้น้ำปัสสาวะนั้น ใช้เป็นประจำ ทุกวัน คือเมื่อตื่นนอนตอนเช้า จะแบ่งน้ำปัสสาวะออกเป็น 2 ส่วน คือส่วนหนึ่ง ใช้ดื่มและอีกส่วนหนึ่งไปผสมน้ำเปล่าไว้ทำดีท็อกซ์สวนล้างลำไส้ทั้งเช้าและเย็น เพราะรู้ถึงประโยชน์ว่า ในน้ำปัสสาวะมีโกรธฮอร์โมน ทำให้เรามีความเป็นหนุ่มเป็นสาวอยู่ตลอด ช่วยให้เราไม่แก่ไว

แรงจูงใจในการใช้น้ำปัสสาวะ คือ ความอยากลอง ไม่มีอะไรจะเสียหาย น้ำปัสสาวะในร่างกายใช้เนื้อกรอง ไม่ได้ใช้เครื่องกรอง ซึ่งเนื้อก็คือ เซลล์ที่ละเอียด มีความสะอาด ไม่มีกลิ่นเหม็นเพราะตนเองทานมังสวิรัติ ทานอาหารรสจืด

การเป็นวุ้นสายตาเสื่อม ก็สามารถจะหายได้ แม้ว่าตอนแรกที่ไปหาหมอ ตาจะแดงมาก

หลังจากนั้น 2-3 วันจึงตัดสินใจใช้น้ำปัสสาวะอย่างเดียว โดยไม่ใช้ยาหมออีกเลย โดยบางครั้งใช้วิธีการทำนาโนยูรีน ร่วมด้วย โดยการนำน้ำปัสสาวะ 1 ส่วนผสมน้ำเปล่า 99 ส่วนใส่ในขวด กระทุ้งหรือเคาะ ประมาณ 50 ครั้งขึ้นไป ในการรักษาวุ้นสายตาเสื่อม นอกจากการใช้น้ำปัสสาวะแช่ตา แล้วก็ใช้การกัวซา การปรับอาหาร ปั้นน้ำผักผลไม้เพื่อช่วยบำรุงสายตา

สำหรับคนที่ยังทานอาหารเนื้อสัตว์อยู่หรือแม้แต่คนที่ทานมังสวิรัติ ปัสสาวะจะไม่เหม็นถ้าเราทานอาหารรสจืด แนะนำหากจะเริ่มดื่มน้ำปัสสาวะ ให้ทานอาหารรสจืดในมื้อเย็น ก่อนนอนให้เข้าห้องน้ำฉี่ออกให้หมดและดื่มน้ำเปล่าเยอะๆ หากดื่มเยอะมากเกิน ประมาณเที่ยงคืน ซึ่งเป็นช่วงที่อากาศร้อน จะทำให้เราอยากปัสสาวะ ก็ให้ปัสสาวะออก แล้วดื่มน้ำเข้าไปอีก  ตื่นเช้ามา สามารถนำน้ำปัสสาวะมาดื่มได้ หัวกลางท้ายใช้ได้หมดวิธีนี้ทำให้สามารถดื่มน้ำปัสสาวะได้อย่างง่ายดาย เพราะคนเราจะดื่มน้ำปัสสาวะได้ยากมากที่สุดในครั้งแรก แต่ถ้าท่านทำครั้งแรกได้ ครั้งต่อไปก็อยากจะทำ ถ้าทำตอนเช้า ท่านจะรีบเข้าห้องน้ำ อาการท้องผูกจะหายไป

หากจะดื่มน้ำปัสสาวะ ต้องดูแลอาหารด้วย คือไม่ทานเผ็ด หวาน มัน ทานอาหารรสจืด

 

โรคต้อลม กับการใช้น้ำปัสสาวะหยอดตา คุณหมายขวัญพุทธ

หมายขวัญพุทธ สุขโสด จิตอาสาแพทย์วิถีธรรม

อดีตเป็นไกด์รัสเซีย รู้จักแพทย์วิถีธรรมตั้งแต่ปี 2554 และตัดสินใจมาเข้าค่ายสุขภาพที่ จ.กาญจนบุรี

ไม่เคยรู้จักน้ำปัสสาวะมาก่อน แต่เชื่อมั่นในแนวพุทธศาสนา เชื่อมั่นในหมอเขียวและพระพุทธเจ้า ซึ่งได้ระบุในพระไตรปิฎก ว่า น้ำปัสสาวะเป็นยารักษาโรคที่ดีที่สุด ที่เราสามารถผลิตเองได้ เชื่อมั่นและไม่ลังเล เข้าห้องน้ำ ทำการทดสอบเลย พบว่ารักษาโรคได้เยอะมาก ตั้งแต่หัวจรดเท้า

เคยมีอาการเป็นต้อลม จะมีอาการเมื่อโดนแดด ฝน ฝุ่นผงเลยก็ใช้น้ำปัสสาวะหยอดตา ปรากฏว่า ตาใส และเคยเกิดอุบัติเหตุ โดนเหล็กทิ่มที่นิ้วเท้า ไม่ได้ไปโรงพยาบาล และใช้น้ำปัสสาวะแช่แผลสดตลอดจนกระทั้งแผลหาย ปิดสนิท

น้ำปัสสาวะสามารถใช้ได้ทั้งแบบทานสดและหมักได้ ยิ่งหมักไว้ยิ่งดีมากแต่มันจะแสบ การหมักมี 2 แบบคือ หมักไว้เฉยๆและการหมักแบบใส่เปลือกมังคุดในโหลดองไว้ 15 วัน มีรสชาติกลมกล่อม ยิ่งหมักนาน ยิ่งมีค่าเป็นด่าง หลัง 15 วันก็สามารถนำไปใช้ได้เลย เมื่อเวลาปวดฟัน เจ็บฟัน ก็สามารถนำน้ำปัสสาวะมาบ้วนปากและหาย

ประโยชน์ของน้ำปัสสาวะคือ เราผลิตเอง ไม่ต้องไปขอใคร เป็นยาที่ติดตัวเรา เคยให้น้ำปัสสาวะของตนเองแก่ผู้ป่วยที่เป็นโรคไต มีภาวะฉุกเฉิน มีเลือดในลำไส้ออก อาเจียนเป็นเลือด เลยให้เขากินน้ำปัสสาวะผสมใบสาบเสือและน้ำคลอโรฟิลด์ (น้ำสมุนไพรฤทธิ์เย็น) ปรากฏว่าแค่ 15 นาที อาเจียนออกมา ไม่มีเลือดเลย ส่วนตัว นิยมกินแบบสด ตั้งแต่ตื่นนอนตอนเช้าก็จะทานน้ำปัสสาวะเลยวันละแก้ว น้ำปัสสาวะจะใส เหลืองอ่อนๆ คล้ายน้ำมะพร้าว แต่วันไหนกินอาหารรสจัด น้ำปัสสาวะก็จะเค็ม ตามอาหารที่เราทาน ก็จะระมัดระวัง วันไหนทานอาหารรสจัดก็จะไม่เอามาทาหน้า เดี๋ยวจะเป็นสิว ทุกวันนี้ร่างกายแข็งแรง อายุ 50 แล้ว แม้ว่าจะน้ำหนักลดไป 10 กิโลแต่ก็แข็งแรง สามารถทานน้ำปัสสาวะแทนข้าวได้เลย ถ้าช่วงที่ไม่สบายมากๆ จะทำน้ำปัสสาวะนาโน ซึ่งมีพลังสูงมาก แต่ต้องระวังเพราะมีประสิทธิภาพสูงในการกระทุ้งโรคแรง แต่หากไม่จำเป็น ก็ใช้น้ำปัสสาวะสดดีกว่า ควรปรับอาหาร ดื่มน้ำปรับสมดุล ออกกำลังกายจะช่วยขับพิษในร่างกายได้ดี ตอนนี้การใช้น้ำปัสสาวะทั่วโลกยอมรับแล้ว เป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่อยู่ในตัวเราและเราผลิตเองได้ เราพึ่งตนเองได้ ประหยัดเราไม่ต้องไปหาหมอ

 

ใจถึงพุทธ เสียงแจ่ม กับการใช้น้ำปัสสาวะหยอดตา

ใจถึงพุทธ เสียงแจ่ม หรือ คิม จิตอาสาแพทย์วิถีธรรมที่ได้ศึกษาและทดลองใช้น้ำปัสสาวะในการบำบัดรักษาโรคจนได้ผลเป็นที่น่าพอใจ เขาได้ใช้น้ำปัสสาวะบำบัดรักษาอาการเจ็บป่วยหลายอย่าง แต่ในตอนนี้จะมาแบ่งปันประสบการณ์การใช้น้ำปัสสาวะกับดวงตา คือการนำน้ำปัสสาวะไปใช่ในการหยอดตา (ลืมตาในน้ำปัสสาวะ)

สวัสดีครับผมใจถึงพุทธ เสียงแจ่ม เป็นจิตอาสาแพทย์วิถีธรรม อยู่ที่อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี เป็นคนชอบปฏิบัติธรรม การนั่งสมาธิ

เผอิญได้มาเจอะรุ่นพี่จิตอาสาแพทย์วิถีธรรมในงานเลี้ยง ได้คุยธรรมะกัน และด้วยความที่กินเจมาก่อนหน้านี้ 6 เดือน พี่จิตอาสาแนะนำให้ลองดื่มน้ำปัสสาวะดู เพื่อแก้อาการปวดเมื่อยตัว เมื่อกลับไปบ้านเลยตัดสินใจทดลองดื่มน้ำปัสสาวะ ตอนแรกที่ดื่มน้ำปัสสาวะ มีรสเค็มมาก เพราะกินอาหารเจ รสจัด หลังจากนั้นเลยตัดสินใจไปค่ายสุขภาพของหมอเขียว ที่สวนป่านาบุญ1 อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร และได้มีโอกาสเข้ากลุ่มโรคต่างๆ พี่จิตอาสาในกลุ่มได้แนะนำให้ใช้น้ำปัสสาวะล้างจมูก แก้ไซนัส หยอดหูตาและอาบน้ำ

ทุกวันนี้เมื่อตอนเช้าขึ้นมาก็จะใช้หยอดตา หยอดหูในตอนเช้า ดื่มและอาบน้ำ โดยการใช้น้ำปัสสาวะกับดวงตา จะปัสสาวะใส่ขวด ทิ้งค้างไว้หนึ่งคืนแล้วตอนเช้า นำเอามากรอกตาไปมา รู้สึกเย็นสบาย ตาโล่งดี ผลที่ได้คือ ตาจะมองชัดมากเลย แต่สำหรับคนใหม่ อาจจะใช้น้ำปัสสาวะที่สดใหม่ ไม่ต้องหมักค้างคืน ใช้แบบสดๆ หยอดตาได้เลย โดยกรอกตาไปมาเพื่อบริหารกล้ามเนื้อตา มีอยู่ครั้งหนึ่ง โดนหมากัดที่ขาขวาเขี้ยวจม เลือดออกมาก ก็ตัดสินใจไม่ไปหาหมอ แต่ใช้น้ำปัสสาวะที่หมักไว้ ล้างแผลสด แผลก็หายเร็วและไม่เป็นแผลเป็นแต่อย่างใด ปัจจุบันใช้น้ำปัสสาวะเป็นประจำทุกวัน และได้หมักเก็บน้ำปัสสาวะเป็นขวดๆ ไว้ที่บ้านจำนวนมากเพื่อเอาไว้ใช้ยามฉุกเฉิน

โรคหูดับ กับการใช้น้ำปัสสาวะในการดูแลตนเอง สำรวม แก้วแกมจันทร์ ใช้น้ำปัสสาวะหยอดหู

สำรวม แก้วแกมจันทร์ ข้าราชการบำนาญที่ผันตัวมาเป็นจิตอาสาแพทย์วิถีธรรม

เป็นโรคภูมิแพ้ แพ้ทั้งอากาศ แพ้ฝุ่น แพ้กลิ่น แรกๆ รับไม่ได้กับการใช้น้ำปัสสาวะ แต่เพราะเห็นคุณค่าและประโยชน์ของน้ำปัสสาวะ จึงตัดสินใจใช้ในที่สุด

ปัจจุบัน ใช้ทุกวันในชีวิตประจำวัน ใช้หยอดตา หยอดหู ทาหน้า อาบน้ำ สระผม มีประสบการณ์การเจ็บป่วย ที่ใช้น้ำปัสสาวะคือ มีอาการหูดับ แต่ไม่รู้ว่าเป็น มีอาการหูอื้อ แต่โชคดีที่หยอดหูด้วยน้ำปัสสาวะเป็นประจำอยู่แล้ว เจ็บจนไม่สามารถแคะขี้หูได้ วันหนึ่งแคะหู ปรากฏว่า ขี้หูออกมาด้วย เหมือนเนื้อมะขามเปียก และมีเม็ดสีขาว คล้ายผลึกเกลือ ซึ่งก็คือ หินปูนที่อยู่ในหู จนกระทั้งต่อมารู้ว่านี่คือ อาการของคนเป็นหูดับ

ประโยชน์ของน้ำปัสสาวะคือ ช่วยปรับสมดุลและขับพิษร้อนของร่างกาย ไม่เคยรู้จักการใช้น้ำปัสสาวะมาก่อน แต่ทราบจากแม่ สมัยเป็นเด็กซึ่งแม่ใช้ผ้าอ้อมชุบน้ำปัสสาวะ เช็ดในปากให้น้อง แต่เราก็ยังไม่กล้า เพราะคิดว่าสกปรก ความเชื่อมั่นเริ่มมีมากขึ้นเมื่อได้มาฟังหมอเขียวพูดถึงการใช้น้ำปัสสาวะ รวมทั้งได้มีงานวิจัยระดับโลกรองรับเรื่องนี้ จึงทำให้ตระหนักมากขึ้นว่า น้ำปัสสาวะ ดีจริง ประหยัด เรียบง่าย สะดวก มีอยู่ในตัว แค่เข้าห้องน้ำ เท่านั้นและแถมยังช่วยให้เราลดความชิงชังรังเกียจไปด้วย เคยแนะนำคนอื่น โดยค่อยๆพูดและเล่าประสบการณ์ตัวเองและแม่ให้ฟัง บางคนก็เชื่อ บางคนก็ไม่เชื่อ …

อาการคันตา แสบจมูก เจ็บคอ กับการใช้น้ำปัสสาวะรักษาโรคภูมิแพ้ คุณเครือแก้ว

อาการคันตา แสบจมูกผลจากภูมิแพ้ของพี่แก้ว เครือแก้ว คุณะวัฒนา อายุ 51 ปี จิตอาสาแพทย์วิถีธรรม สังกัดสวนป่านาบุญ3 กับการใช้น้ำปัสสาวะ

เครือแก้ว คุณะวัฒนา อดีตเป็นพนักงานการเงิน เคยป่วยเป็นภูมิแพ้ เกือบ 20 ปี มีอาการคันตา แสบจมูก เจ็บคอ ได้ทดลองใช้น้ำปัสสาวะหยอดตาและล้างจมูก สามารถหายได้อย่างปาฎิหาริย์ แทนการทานยาเคมีจากคลีนิคและโรงพยาบาล


พอได้มาเข้าค่ายสุขภาพ แพทย์วิถีธรรม ธันวาคมปี2552 ได้รับข้อมูล การใช้น้ำปัสสาวะในการบำบัดโรค

ปัจจุบันใช้น้ำปัสสาวะในชีวิตประจำวันคือ หากมีอาการคันตา เคืองตา แสบจมูก คันจมูก เจ็บคอ จะใช้น้ำปัสสาวะการหยอดล้างตา หู, ล้างจมูกโดยใช้ไซริงค์, ดื่มรับประทาน, นำไปดีท็อกซ์สวนล้างสำไส้ใหญ่, อาบน้ำแทนการใช้สบู่

เคยเจ็บป่วย มีไข้ขึ้นสูง รักษาอาการฉุกเฉินได้ด้วยการใช้น้ำปัสสาวะ ผสมน้ำสมุนไพรฤทธิ์เย็นและเหยาะน้ำมันเขียว ใส่ผงถ่านเล็กน้อย

ตลอดระยะเวลา 7-8 ปี ที่ผ่านมา ไม่เคยใช้ยา และสามารถพึ่งตนเองได้มากขึ้น รวมทั้งทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพตนเองอีกด้วย

591024 เสวนา มหัศจรรย์ น้ำปัสสาวะ

น้ำปัสสาวะ ถือเป็นเรื่องใหม่สำหรับคนที่ยังไม่รู้จัก แต่ในหมู่จิตอาสาแพทย์วิถีธรรม (หมอเขียว) ได้ใช้น้ำปัสสาวะเป็นประจำ ในค่ายสุขภาพและพระไตรปิฎกฯ รวมทั้งค่ายแฟนพันธ์ุแท้ฯ ในครั้งนี้ ผู้ร่วมสัมมนา มาจากหลากหลายอาชีพ ใช้น้ำปัสสาวะในการรักษาและแก้ไขปัญหาสุขภาพในหลายๆรูปแบบ

Untitled-1

เสวนา มหัศจรรย์ น้ำปัสสาวะ โดยทีมงานจิตอาสาแพทย์วิถีธรรม

นางวลัยพรรณ พลอยแสงสาย เป็นมะเร็งปากมดลูกลามไปรังไข่ แชร์ประสบการณ์ส่วนตัวที่ใช้น้ำปัสสาวะแล้วเกิดความมหัศจรรย์ในการรักษาอาการฉุกเฉิน แผลแตกบริเวณหน้าท้องซึ่งตื้นขึ้นอย่างมหัศจรรย์

นางสาวศิริกานต์ รังคะวิภา ใช้น้ำปัสสาวะในการรักษาแผลซึ่งเกิดจากยุงกัด และลุกลามเร็วบริเวณเท้า จนกระทั้งตรวจพบว่าเป็นแบคทีเรียกินเนื้อคน โดยใช้น้ำปัสสาวะร่วมกับการรักษาแพทย์แผนปัจจุบัน

คุณหมอวงศ์ประสิทธิ์ มะลิรส รพ.สต.บ้านท่าไคร้ จังหวัดกาฬสินธ์ ใช้น้ำปัสสาวะในการดูแลคุณแม่ที่ป่วยเป็นเบาหวาน ตับแข็งระยะสุดท้าย ไตเสื่อม รีดสีดวงทวารและไวรัสตับอักเสบบี เคยใช้ยาแพทย์แผนปัจจุบันในการรักษาตับแข็งตั้งแต่ปี 2549-2555 แต่อาการไม่ดีขึ้น มีประสบการณ์การใช้น้ำปัสสาวะทั้งกับตัวเองและคุณแม่

ประสบการณ์การใช้น้ำปัสสาวะในชีวิตประจำวัน

Clip3

 

นางฐิติมา ใหม่สมเด็จ จิตอาสาแพทย์วิถีธรรม สังกัดสวนป่านาบุญ 3 ปทุมธานี

อดีตเจ้าของกิจการโรงพิมพ์ ผันตัวเองมาทำงานศูนย์บาท ใช้น้ำปัสสาวะเป็นประจำ

ทำงานมากกว่า 20 ปี มีความเครียดและเร่งรีบจากการทำงาน ป่วยเรื้อรังจากการใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน มีอาการไหล่ติดและน้ำในหูไม่เท่ากัน ทำงานหนัก หาหมอทุกปี หาเงินซื้อประกันชีวิต

ปี 2553 อบรมค่ายสุขภาพ ต่อมาผันตัวเองมาเป็นจิตอาสาแพทย์วิถีธรรมเต็มตัว ทำงานศูนย์บาท ประจำอยู่ที่ สวนป่านาบุญ3 คลองสาม ปทุมธานี ปลายปี2555 เร่ิ่มใช้น้ำปัสสาวะอย่างจริงจัง โดยการดื่มในตอนเช้า หยอดหู หยอดตา ใช้ดีท็อกซ์สวนล้างลำไส้ใหญ่ ใช้พอกหน้า เช็ดหน้าและหมักผม การรับประทานอาหารสุขภาพปรับสมดุล ทำให้น้ำปัสสาวะใสและจืด สามารถดื่มได้ง่าย

โรคกระดูกทับเส้นประสาท เบาหวานไขมันความดัน กับการใช้น้ำปัสสาวะบำบัด

Clip-2

นางพิมลพร สุนทรกะลัมพ์ ข้าราชการบำนาญ จังหวัดชลบุรี

ป่วยเป็นกระดูกทับเส้นประสาท เบาหวานไขมันความดัน

เข้าค่ายสุขภาพหมอเขียว ปี2555 เริ่มดื่มน้ำปัสสาวะจนกระทั่งปัจจุบัน ผลจากการดื่มน้ำปัสสาวะ น้ำตาลลดลงจนเป็นปกติ ปัจจุบันใช้น้ำปัสสาวะอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการล้างตา ล้างแผลสด ดีท็อกซ์สวนล้างลำไส้ อมบ้วนปาก ทาผิวแทนโลชั่น รวมทั้งเผยแพร่ให้คนในครอบครัวและผู้อื่น