ยาอเนกประสงค์ ดื่มเสริมพลัง ใช้ตรวจสุขภาพตัวเองทุกวัน – มงคลวัฒน์ รัตนชล

อดีตเคยป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง หมอนรองกระดูก ปวดเอว ต่อมน้ำลายโต เมื่อปี 2552 ได้มีโอกาสมาเข้าค่ายสุขภาพแพทย์วิถีธรรม ที่สถาบันโรงเรียนผู้นำ จ.กาญจนบุรี และหลังจากนั้นคุณมงคลวัฒน์ รัตนชลหรือพี่ยักษ์ ได้นำธรรมะของอาจารย์หมอเขียว (ดร.ใจเพชร กล้าจน) ไปปฏิบัติ  นับตั้งแต่ใช้การดูแลตนเองแบบแพทย์วิถีธรรม ก็ไม่ต้องไปหาหมอ ทานยาความดันอีกเลย ทำให้สามารถดูแลตนเองได้ และเริ่มมาเป็นจิตอาสาแพทย์วิถีธรรมเป็นต้นมา

 

 

คิดว่า น้ำปัสสาวะ ถือเป็นยาขนาดเอก หาได้ง่ายสามารถพกติดตัวได้ ประโยชน์คือ 1) เวลาเจ็บป่วยไม่ว่าจะเป็นอาการอะไร จะดื่มน้ำปัสสาวะตลอดและจะหายได้เร็ว  2) ช่วงที่เหนื่อย อ่อนเพลีย จะดื่มเพื่อเสริมพลัง เหมือน M100, M200, M500 ดื่มแล้วจะแข็งแรงขึ้น 3) ใช้ดีท็อกซ์ สวนล้างลำไส้ใหญ่ เพื่อถอนพิษร้อนออกจากร่างกาย 4) ใช้ทาในกรณีมีผื่นแพ้5) ใช้บ้วนปาก สระผม พูดง่ายๆ ก็คือ น้ำปัสสาวะเป็นยาอเนกประสงค์ ประจำตัว สามารถพกพาไปไหนก็ได้ ดื่มน้ำปัสสาวะทุกวัน ตอนเช้า ดื่มเพื่อตรวจร่างกายตนเอง เพราะน้ำปัสสาวะเป็นตัวชี้วัดว่าเราทานอาหารถูกไหม ถ้าเราทานอาหารถูก อาหารที่มีรสจืด น้ำปัสสาวะจะมีรสชาติไปทางจืดและหอมเหมือนชา แต่ถ้าเกิดเราไปทานอาหาร ไม่ถูกหรืออาหารรสจัด ก็จะออกเค็ม แสดงว่าเราทานเกลือเยอะไป ไตอาจจะทำงานหนัก หรือถ้าออกมาขม แสดงว่าบางช่วงเราพักผ่อนน้อยเกินไป หัวใจทำงานหนัก บางช่วงก็มีรสเปรี้ยว แสดงว่าเราทานอาหารที่มีสารพิษ ตับทำงานมากขึ้น แต่ส่วนตัวไม่ค่อยเจอะรสหวาน ซึ่งรสหวาน จะเป็นกับคนที่เป็นเบาหวาน ส่วนรสฝาด จะเจอะในช่วงที่ทำงานหนัก กล้ามเนื้อทำงานหนัก พักผ่อนน้อย

คนทั่วไปอาจจะไม่เข้าใจว่า น้ำปัสสาวะ เป็นยาที่มีประสิทธิภาพในการรักษาที่ดีที่สุด ปกติถ้าเจ็บป่วยจะดื่มน้ำปัสสาวะทั้งวัน จนกว่าจะหายป่วย

แรงจูงใจในการใช้น้ำปัสสาวะ ได้ฟังอาจารย์หมอเขียว และพระพุทธเจ้าก็ได้ตรัสไว้ว่า น้ำปัสสาวะเป็นยา ซึ่งอดีตก็เคยได้ทดลองดื่มน้ำปัสสาวะ ตอนบวชเรียน แต่ตอนนั้น เป็นการดื่มเพื่อล้างอัสสาทะธาตุ ล้างความชิงชังรังเกียจ ดื่มโดยไม่รู้ ก็พอดื่มได้ แต่ในอดีต ยังทานเนื้อสัตว์อยู่ น้ำปัสสาวะจึงยังมีกลิ่นคาว มีรสจัด ซึ่งก็จะทานยากหน่อย แต่น้ำปัสสาวะก็เป็นยา แม้ว่าจะมีรสชาติย่างไรก็ตาม โดยส่วนตัว ทั้งในค่ายและที่บ้าน อาหารก็จะเหมือนกัน ไม่มีความแตกต่าง ยกเว้นบางช่วงที่มีงานเลี้ยงแล้วหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ก็ต้องไปกินอาหารรสจัด รสชาติน้ำปัสสาวะก็จะเข้มข้นขึ้น เป็นรสชาติที่บอกไม่ถูก รสชาติที่ไม่พึงประสงค์ จะทานยากนิดหน่อย

ความเชื่อในประสิทธิภาพ มีความเชื่อมั่น 100% ว่าน้ำปัสสาวะเป็นสิ่งที่เหมาะกับเราที่สุด เหมาะกับทุกโรคและเป็นเครื่องมือในการตรวจสุขภาพตัวเราเองด้วย เหมือนตรวจสุขภาพประจำวันทุกวัน

Urine Nano (น้ำปัสสาวะนาโน) เคยใช้อยู่เหมือนกัน จะใช้ในช่วงที่ถอนพิษหนักๆ ทั้งดื่ม ดีท็อกซ์ และอาบ จะใช้ในช่วงที่ไม่สบายหรือช่วงที่น้ำปัสสสาวะปกติเอาไม่อยู่ โดยใช้น้ำปัสสาวะ 5-10 ซีซี ผสมน้ำสะอาด 100 ซีซี ใส่ขวดน้ำแล้วเคาะประมาณ 30-100 ครั้ง แล้วนำน้ำที่ได้จากการเคาะนั้น ปริมาณเท่าเดิมคือ 5-10 ซีซีผสมน้ำสะอาดใหม่อีก 100 ซีซี ทำการเคาะอีก ทำแบบนี้จนถึง ครั้งที่ 8-12 แล้วนำมาใช้(ดื่ม)  ให้ใช้วันต่อวัน ทำใหม่ทุกวัน ส่วนที่เราไม่ได้ใช้ในขวดที่ 1-9 ก็นำมาผสมน้ำสะอาดนำไปดีท็อกซ์ คนในครอบครัว ลูกชายก็ใช้แก้ปวดฟัน พอรู้ว่าเป็นยาก็ได้เก็บสะสมไว้ ที่บ้านมีน้ำปัสสาวะเก็บไว้ มีตั้งแต่แบบ 1 ปี ถึง 7ปี เคยอ่านงานวิจัยคล้ายๆสารคดี มีผู้หญิงคนจีนเก็บน้ำปัสสาวะไว้ 7 ปี ช่วงแผ่นดินไหว ยังห่วงขวดน้ำปัสสาวะ ได้เอาไปซ่อนกลัวจะแตก  วันหนึ่งลูกชายประสบอุบัติเหตุไปตกในน้ำร้อน หญิงชาวจีนก็นำน้ำปัสสาวะชุบผ้าห่มมาห่มตัวลูกซึ่งปรากฏว่าลูกเขารอด แผลไม่ลึก

อยากจะฝาก น้ำปัสสาวะนั้น แนะนำให้ดื่มเพื่อตรวจสุขภาพตนเอง ดื่มน้ำปัสสาวะเป็นยา เพื่อกระตุ้นการทำงานของร่างกาย ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง เป็นวัคซีนประจำตัว เป็นยารักษาอีกด้วย

การใช้น้ำปัสสาวะแก้ผื่นคัน แปรงฟัน สระผม ดีท็อกซ์ – ทิวากร ชุมจืด

การใช้น้ำปัสสาวะในชีวิตประจำวัน ใช้แปรงฟัน สระผม ทาตัวและใช้ดีท็อกซ์สวนล้างลำไส้
คุณทิวากร ชุมจืด มาจากจังหวัดตรังเป็น จิตอาสาแพทย์วิถีธรรม สังกัดสวนป่านาบุญ2 อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ได้เริ่มรู้จักแพทย์วิถีธรรมตั้งแต่ปี 2556 ในเรื่องน้ำปัสสาวะนั้นเคยได้ยินมาก่อนจากการบวชเรียนว่าน้ำปัสสาวะเป็นยา  เชื่อในสิ่งที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ มูตร คูต เน่า น้ำปัสสาวะเป็นยารักษาโรค แต่ตอนนั้นยังไม่รู้ว่ามันมีประโยชน์อย่างไร เลยยังไม่ได้ทดลองใช้

ต่อมาหลังจากในค่ายสุขภาพฯ ได้พบอาจารย์ หมอเขียว (ดร.ใจเพชร กล้าจน) และทีมงานจิตอาสาแพทย์วิถีธรรม ได้พูดถึงประโยชน์ของน้ำปัสสาวะ และได้มีการแชร์ประสบการณ์การใช้น้ำปัสสาวะในวงเสวนา ทำให้รู้ว่า เมื่อมีคนพาทำและใช้ได้ผลดี ซึ่งอะไรที่ดีและมีแนวโน้มว่าดีมากกว่าเสีย ได้ประโยชน์ พิจารณาแล้วเห็นว่ามีประโยชน์ จึงตัดสินใจทดสอบใช้ในการดีท็อกซ์สวนล้างลำไส้ รู้สึกว่าร่างกายแข็งแรงขึ้น ไม่ค่อยมีอาการเจ็บป่วย แต่โดยส่วนตัวใช้น้ำปัสสาวะร่วมกับการใช้ศาสตร์แพทย์วิถีธรรมคือการปรับสมดุลร่างกายด้วยเทคนิค 9 ข้อ

อีกประสบการณ์การใช้น้ำปัสสาวะกับแผลสด น้ำปัสสาวะจะช่วยทำให้แผลปิดเร็ว หายเร็ว ส่วนแผลผื่นคัน ส่วนตัวเคยเป็นแผลผื่นคันที่คอ ซึ่งเกิดจากสภาวะร้อนเกิน มีบวมและคันบริเวณนั้น ก็ได้ทดลองใช้น้ำมันเขียว ก็ดีขึ้น แต่ยังไม่หายสนิท เลยทดลองใช้ปัสสาวะ ผลปรากฏว่า แผลไม่คัน ยุบลงและดีขึ้น

ปัจจุบัน ใช้น้ำปัสสาวะ ในการอาบ ทา เช็ด ถู หยอดหู หยอดตาและกิน เป็นประจำ เนื่องจากดูกิจวัตรของอาจารย์หมอ (ดร.ใจเพชร กล้าจน) ถ้ามีคำถามก็จะถามท่าน ครั้งหนึ่งที่บ้านราช (บวรสถานราชธานีอโศก จังหวัดอุบลราชธานี) ช่วงมีงานประจำปี น้ำขาดแคลน อาจารย์หมอก็ใช้น้ำปัสสาวะร่วมกับผงถ่านในการแปรงฟัน ส่วนการหยอดหู หยอดตา ก็เห็นอาจารย์ใช้ ก็ได้ทดลองใช้ก็รู้ว่ามันดีขึ้น จริง มันช่วยปรับสมดุลจากอาการร้อนเกินของเราได้จริง

เคยไปค่ายสุขภาพฯที่ จังหวัดอุดรธานี มีการเสวนาเรื่องน้ำปัสสาวะ ข้อมูลที่ได้นั้นเยอะมาก มีผู้ที่ทดลองใช้แล้วผลชัดเจน มีข้อมูลแลกเปลี่ยนเยอะ ตัวอย่าง มีผู้มาแชร์ประสบการณ์ว่าลูกสาวเป็นมะเร็งและตนเองได้แอบใส่น้ำปัสสาวะให้ลูกสาวทาน หลังจากไปตรวจพบว่าค่ามะเร็งลดลง, บางคนนำน้ำปัสสาวะไปใส่ผม ปรากฏผมดีขึ้น จึงคิดว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่มีประโยชน์ โดยส่วนตัวก็ได้ศึกษาด้วยว่าในน้ำปัสสาวะมีสารอะไรบ้าง ต้องการรู้ให้จริงว่ามันมีประโยชน์และโทษอย่างไร แล้วจึงทดสอบด้วยตัวเอง ปรากฏพบว่าน้ำปัสสาวะเป็นสิ่งที่หาได้ง่าย จากตัวเราและมันเหมาะกับตัวเราและช่วยแก้อาการและรักษาอาการต่างๆ โดยส่วนตัวไม่มีโรคประจำตัว มีแต่อาการปวดเมื่อยต่างๆ

เริ่มใช้จริงๆตั้งแต่ปลายปี2556 นับตั้งแต่ฟังอาจารย์หมอพูดถึงประโยชน์   “น้ำปัสสาวะเป็นยา หาได้ง่าย และไม่มีโทษ” ก็ตัดสินใจใช้นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โดยเริ่มต้นการใช้ในช่วงเช้า ล้างหน้า ล้างตา เช็ดหน้า เช็ดตัว หยอดหู หยอดตาตั้งแต่เช้ามาใช้ทุกวัน ใช้สระผมเป็นหลัก เพราะไม่ใช้สบู่ ยาสีฟันก็ใช้ผงถ่าน ยิ่งใช้ก็เห็นประโยชน์จริงๆ รวมทั้งเห็นประโยชน์ใช้เชิงเศรษฐกิจ ซึ่งสามารถช่วยลดรายจ่ายภายในบ้านได้

น้ำปัสสาวะล้างจมูก รักษาโรคภูมิแพ้-ภัคธร คุ้มกิตติพร

คุณภัคธร คุ้มกิตติพร จิตอาสาแพทย์วิถีธรรม ภาคกลาง

อดีตมีอาการหลอดเลือดหัวใจตีบ 7 เส้น เป็นโรคภูมิแพ้ตั้งแต่เด็ก ได้มีโอกาสมาเข้าค่ายสุขภาพแพทย์วิถีธรรม ได้เจอพี่น้องจิตอาสาแพทย์วิถีธรรม ที่ได้เริ่มแนะนำการใช้น้ำปัสสาวะ จึงตัดสินใจใช้ในวันที่ 3ของค่าย โดยทดลองสูดน้ำปัสสาวะเข้าทางจมูกแบบดมยานัตถ์ุ หลังจากวันนั้น ก็ไม่ต้องทานยาแก้โรคภูมิแพ้อีกเลย

จนกระทั่งปัจจุบัน ก็ยังคงใช้น้ำปัสสาวะล้างจมูกแทบจะทุกวัน เพราะมีความมั่นใจในน้ำปัสสาวะ และได้เรียนรู้จากพี่น้องจิตอาสาหลายท่านว่า ในน้ำปัสสาวะนั้นมีสารต้านแก้อักเสบ                    มีประสบการณ์ลูกชายเกิดอุบัติเหตุ ตกจากรถกอล์ฟ มีบาดแผล จึงตัดสินใจใช้น้ำปัสสาวะทาที่บริเวณแผล  พอวันรุ่งขึ้น ลูกก็ไม่อาการเจ็บปวด ตึงเลย

นอกจากนี้ ยังได้ความรู้จากพี่น้องจิตอาสาและครูบาอาจารย์ (หมอเขียว) ว่าน้ำปัสสาวะเป็นยาและยังช่วยให้ร่างกายสร้างเม็ดเลือดขาว ช่วยสร้างภูมิต้านทาน ทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นจนปัจจุบัน โรคภูมิแพ้ได้หายไปจากชีวิตแล้ว ตั้งแต่ 14 วันแรกที่มาเริ่มปฏิบัติ จนปัจจุบันก็ไม่ได้เป็นโรคภูมิแพ้อีกเลย

มีประสบการณ์ลูกตัวร้อน น้ำปัสสาวะจะช่วยสร้างภูมิต้านทานโดยจะสร้างเม็ดเลือดขาวขึ้นมาสกัดเชื้อโรคอีก โดยปกติ อาการไข้ของลูกชาย ต้องใช้ระยะเวลา 3 วันถึงจะลดลง แต่พอใช้น้ำปัสสาวะ เพียงวันครึ่งก็สามารถหายเป็นปกติได้ นี่คือสิ่งมหัศจรรย์สำหรับผมและครอบครัว

และที่มั่นใจมากเพราะว่าทั้งชีวิตนั้นได้แต่ทานยาและไม่มีอะไรดีขึ้น พอทดลองใช้น้ำปัสสาวะอย่างเดียว ไม่ได้ใช้ยาอะไรเลย ผลก็คือโรคภูมิแพ้มันหายไป จึงมีความั่นใจมากขึ้น
ทุกวันนี 4 ปีแล้วใช้น้ำปัสสาวะอย่างเดียว แม้กระทั่งใช้แปรงฟัน รวมทั้งการใช้ทาที่ผิวหนังเพื่อกันยุง ได้ประมาณ 80% เมื่อทาน้ำปัสสาวะที่ขา ยังโดนยุงกัดน้อยกว่าที่ไม่ทาน้ำปัสสาวะ

ทุกวันนี้อาบน้ำออกมา ก็จะชะโลมตัวและยืนให้แห้ง ทุกวันนี้ไม่ได้ใช้โฟม ครีมล้างหน้า แต่ใช้น้ำปัสสาวะทาตัวแทน โดยไม่ได้ล้างออก ส่วนกลิ่นนั้น เราทานอาหารรสจืด แม้น้ำปัสสาวะจะโดนเสื้อผ้า จะยังไม่มีกลิ่นใดๆ

น้ำปัสสาวะฟังดูน่ารังเกียจ มันดูฉุน แต่จริงๆแล้ว พุทธองค์กล่าวไว้ว่าน้ำปัสสาวะเป็นเภสัช (ยา) มีในพระไตรปิฎก เพราะด้วยความศรัทธาในองค์พระพุทธเจ้า จึงตัดสินใจใช้น้ำปัสสาวะ ตามพระพุทธเจ้า

ใช้น้ำปัสสาวะในชีวิตประจำวัน หมักผม ทาหน้า – ณฐมน ปันฮิ

ณฐมน ปันฮิ จิตอาสาแพทย์วิถีธรรมภาคเหนือ
ในอดีตกินอาหารแบบไม่สมดุล ไม่รู้ว่าสมุนไพรอันไหนมีฤทธิ์ร้อน ฤทธิ์เย็น กินไปเรื่อยป่วยจนกระทั่งเจ็บป่วย

มีอาการเจ็บป่วยทุกเดือนโดยไม่รู้สาเหตุ พอไปหาหมอ หมอก็จะให้ยามากิน
ปี 2553 มีเพื่อนแนะนำให้ใช้น้ำปัสสาวะในการเช็ดผิว เช็ดหน้า

ตอนนั้นก็ไม่เชื่อ ในใจไม่กล้าจะใช้ จนกระทั้ง ได้มาเข้าค่ายหมอเขียว เคยป่วยด้วยโรคกรดไหลย้อน เป็นมากจนกระทั่งกรดกัดกล่องเสียงทำให้เสียงแหบ ไม่มีเสียงพูดเลย
พอได้มาเข้าค่ายหมอเขียว รู้สึกว่าชีวิตมันเปลี่ยนไป ตั้งแต่ปี 2553 จนถึงปัจจุบัน ส่วนใหญ่แทบไม่ค่อยได้ป่วยและไปโรงพยาบาลเลย

ในเรื่องประสบการณ์การใช้น้ำปัสสาวะ ตอนเข้าค่ายใหม่ๆ ก็มีการแนะนำให้ใช้ แต่ก็ยังไม่กล้าใช้ แต่เพราะมากับหมู่กลุ่มส่วนใหญ่ ซึ่งเขาใช้กันก็เลยตัดสินใจใช้

โดยการทดลองดื่มน้ำปัสสาวะในค่ายสุขภาพ พบว่าน้ำปัสสาวะตนเองรสชาติดี เหมือนน้ำข้าวโพดต้ม เลยเอามาหมักผม เอามาทาหน้า แช่เท้า ใช้ทั้งตัวเลย

เวลาอยู่มาค่ายหมอเขียว ก็จะใช้น้ำปัสสาวะ แต่พอกลับไปบ้าน อาหารจะไม่เหมือนในค่าย น้ำปัสสาวะจะมีรสชาติฝาดบ้าง เค็มบ้าง บางทีก็จะไม่ได้ใช้ เพราะอาหารในค่ายจะสะอาด ทำให้ดื่มน้ำปัสสาวะได้ง่ายขึ้น

แผลสด มีดบาด อุบัติเหตุหัวไหล่หัก กระดูกสามารถประสานได้เร็วด้วยน้ำปัสสาวะ – สมพิศ พรพิสุทธิวรกุล

คุณสมพิศ พรพิสุทธิวรกุล อายุ 58 ปี 

จิตอาสาแพทย์วิถีธรรม ภาคกลาง

ผลจากการทำงานเป็นเจ้าหน้าที่การเงินและดูแลพื้นที่ให้เช่า บริษัทเอกชน คือมีภาวะความเครียดสะสม ภาวะวัยทอง โรคซึมเศร้าและโรคกระเพาะ คุณสมพิศจำเป็นต้องไปหาหมอทานยาอยู่หลายปี เสียค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ต่อมาได้มีพี่แนะนำให้ไปค่ายสุขภาพแพทย์วิถีธรรม (หมอเขียว) ที่อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร และได้มีโอกาสมาเข้าค่ายสุขภาพฯ ต้นปี 2553 เมื่อจบค่ายได้กลับมาดูแลตัวเองต่อที่บ้าน ได้ใช้ศาสตร์แพทย์วิถีธรรม (หมอเขียว) ร่วมกับศาสตร์อื่นๆในการดูแลสุขภาพตนเอง แต่สิ่งสำคัญที่ไม่เคยขาดคือการใช้น้ำปัสสาวะ

น้ำปัสสาวะเหมือนเป็นวัคซีน เพราะเชื่อมั่นในคำสอนของพระพุทธเจ้า จึงได้ใช้น้ำปัสสาวะ ไม่ว่าจะเป็นการดื่มน้ำปัสสาวะในตอนเช้าและเย็น และได้ใช้มาโดยตลอด ซึ่งอาจจะขาดไปบ้างบางช่วงเวลา นอกจากดื่มทั้งเช้าและเย็นแล้วยังใช้น้ำปัสสาวะในการทาหน้า เคยมีอุบัติเหตุมีดบาดนิ้ว ก็ใช้น้ำปัสสาวะในการแช่แผล เพียงไม่ถึง 5 นาทีก็สามารถทำให้เลือดหยุดได้ และมีอุบัติเหตุหัวไหล่หัก ก็ดื่มน้ำปัสสาวะ ร่วมกับน้ำย่านาง สมุนไพรฤทธิ์เย็นและใช้น้ำปัสสาวะทาบริเวณหัวไหล่ทุกวัน ประมาณ 3 อาทิตย์กลับไปหาหมออีกครั้ง พบว่ากระดูกประสานกันได้ดีและเร็วขึ้น เมื่อเทียบกับอายุขนาดนี้

รู้สึกประทับใจ ในการใช้หลักการดูแลแบบยา 9 เม็ด (หมอเขียว) ซึ่งน้ำปัสสาวะนั้นก็เป็นหนึ่งในยาเม็ดที่ 1 การรับประทานน้ำสมุนไพรที่ถูกกัน น้ำปัสสาวะก็ถือว่าเป็นน้ำสมุนไพรในตัวเราเอง

ปัจจุบันคุณสมพิศยังคงดื่มน้ำปัสสาวะตลอด และยังใช้ทาและอาบ ใข้ทาหน้า หยอดหูเพราะตอนนี้มีอาการมีเสียงในหู

เพราะเชื่อมั่นในคำสอนของพระพุทธเจ้า ใช้สิ่งเรียบง่ายใกล้ตัวหรือในตัว 

น้ำปัสสาวะทำให้แข็งแรงขึ้น 

ไทรอยด์เป็นพิษ ภูมิแพ้ ลมพิษ รักษาแผลสด น้ำปัสสาวะรักษาโรค – ดวงพร ช่วยคงมา

คุณดวงพร ช่วยคงมา อายุ 48 ปี อาชีพธุรกิจส่วนตัว
ก่อนจะรู้จักแพทย์วิถีธรรม ป่วยมาแล้ว 5 โรค เป็นไทรอยด์เป็นพิษ ความดัน ไมเกรน เครียด ภูมิแพ้
เป็นมาประมาณ 10 กว่าปี ปี2555 ได้รู้จักแพทย์วิถีธรรมทางยูทูป ตั้งใจปฏิบัติ ทำอย่างจริงจังใช้เวลาประมาณครึ่งปี จนกระทั้งโรคที่เป็นหายหมด คุณหมอได้ตรวจเลือด พบว่าค่าเลือดเป็นปกติ นอกจากโรคไทรอยด์ ก็เป็นโรคเครียดด้วย เป็น Panic เป็นโรคประสาท โรคจิต ก็ใช้ศาสตร์ของหมอเขียวทั้งเรื่องธรรมะและอาหารปรับสมดุลร่างกาย จนทุกวันนี้ ก้ไม่เคยป่วยหรือไปหาหมออีกเลย
ส่วนน้ำปัสสาวะ ครั้งแรกที่ที่ได้ยินว่า น้ำปัสสาวะเป็นยานั้น ก็ไม่เชื่อ เพราะว่า รับไม่ได้ จะให้ทำอะไรก็ทำได้หมด ทำทุกอย่าง ยกเว้นดื่มน้ำปัสสาวะ ทั้งที่อ่านหนังสือทั้งของอาจารย์ (ดร.หมอเขียว ใจเพชร กล้าจน) และของป้านิดดา (ป้านิดดา หงส์วิวัฒน์) แต่ก็ยังไม่เชื่อ จนกระทั้งได้ไปอบรมเรื่องการทำอาหารกับจิตอาสาท่านหนึ่ง ได้ยินจิตอาสาท่านหนึ่งบอกว่า “ถ้าบุญไม่เปิด จะไม่ได้ใช่” ตอนนัั้นมันคงยังไม่ถึงเวลาของเราที่จะได้ใช้
จนกระทั้งประมาณเดือนตุลาคม ปี 2556 ได้เดินทางไปต่างจังหวัด เพื่อไปดูแลแม่ที่ป่วย
โดยปกติ ตอนนั้นที่ทำยา 9 เม็ด ก็จะเป็นลมพิษประจำเลย ส่วนนี้ยังไม่หาย ยังเป็นอยู่ วันนั้นเหมือนบุญเปิด เพราะเป็นลมพิษทั้งตัวเลย วันนั้นไม่มีคาลาไมน์ ยาแก้แพ้ก็ไม่ได้เอาไป ต่างจังหวัดไม่มีที่ไปซื้อ ทรมานมาก เป็นลมพิษเป็นปื้นๆ จะทำอย่างไรดี มันทรมานก็เลยนึกได้ว่า น้ำปัสสาวะเราก็อ่านที่ว่า รักษาโน่นนี่ ลมพิษ เราก็นึกได้ ไม่มีอะไร เราก็ลองใช้ดูดีกว่า ก็ตัดสินใจเข้าห้องน้ำ ก็ปัสสาวะมาใส่แก้ว แขนที่เป็นลมพิษ กำลังร้อน วูบ ๆ เป็นปื้น ก็เอามาทาเลย พอทาไม่ถึง 5 นาที จากที่มันร้อนวาบๆ มันทรมานนะ ลมพิษปื้นใหญ่ที่แขน มันหายค่ะ เราก็บอก “มันดีขนาดนี้เชียวหรือนี่” ส่วนที่เหลือ ไม่ช้าเลย เข้าห้องน้ำ ดื่มเลยเพราะตอนนั้นก็ยังไม่งดทานเนื้อสัตว์ ยังทานรสจัดอยู่ ก็เลยผสมน้ำแล้วก็ดื่มตั้งแต่ตอนนั้น ปลายปี 2556 จนถึงทุกวันนี้

ที่น่ามหัศจรรย์คือ ลมพิษที่เคยเป็น ตั้งแต่ดื่มน้ำปัสสาวะ ไม่ขึ้นอีกเลย ไม่เป็นอีกเลย เพราะตัวเองเป็นภูมิแพ้ คันทั้งตัว ขอบเสื้อใน ขอบกางเกงใน แม้กระทั้งเวลาเป็นรอบเดือน ขอบผ้าอนามัย เป็นอะไรที่ทรมาน เป็น 10 ปี ตั้งแต่นั้นมา ไม่มีอาการแพ้อะไรเลย

น้ำปัสสาวะ ก็จะใช้ดื่มตอนเช้าทุกวันและทาหน้า เพราะว่าได้อ่านจากหนังสือน้ำปัสสาวะของอาจารย์บอกว่า น้ำปัสสาวะตอนเช้าหลังจากที่เราพักผ่อนเพียงพอ จะมีเมลาโทนิน ก็จะดื่มตอนเช้าและตอนเย็นด้วย แต่ใช้ทุกวัน ไปไหนก็จะใช้หมด ก็จะดื่ม 1 แก้วและที่เหลือจะทาหน้า ใช้แทนยากันแดดดีมาก หรือแม้กระทั้งเราทำงาน บางทีต้องแต่งหน้าบ้าง เราก็จะใช้น้ำปัสสาวะแทนโทนเนอร์ทาก่อน แล้วค่อยใส่รองพื้น ก่อนแต่งหน้าบ้าง ก็ใช้ดี ใช้ดีมาก ออกแดดหน้าไม่คล้ำ สมัยก่อนถ้ากลับต่างจังหวัด หน้าเราจะคล้ำ ดำและลอก หลังจากที่ใช้น้ำปัสสาวะ ไม่มีเลย ผิวเราก็ไม่ลอกด้วย

ทุกวันนี้ ไม่ได้ใช้เครื่องสำอางหรือครีมบำรุงอะไรทั้งสิ้น ใช้น้ำปัสสาวะนี้ทาผิว ผิวก็ไม่ดำ ไม่คล้ำ ปัจจุบันใช้น้ำปัสสาวะทุกวัน ไม่มีวันหยุด ถ้าวันไหนทานอาหารรสจัดหน่อย ก็จะผสมน้ำ ในช่วงเดินทาง ก็ไม่มีปัญหา ก็จะหาแก้วหรืออะไร มีขวดน้ำ ก็ตัดขวดน้ำแล้วก็รอง และดื่มได้ทุกทีทุกเวลา

เชื่อว่าน้ำปัสสาวะมีฮอร์โมนที่ทำให้เราดูหนุ่มสาวขึ้น เป็นเหมือนยาอายุวัฒนะ ตั้งแต่ใช้น้ำปัสสาวะ ชีวิตรู้สึกโล่ง โปร่ง มันไม่ต้องมีอะไรยุ่งยากเลย เราป่วย เราก็กิน ชีวิตไม่ต้องยุ่งยาก
คนอื่นก็ว่าบ้าง คนข้างเคียงก็ว่าบ้า แต่ก็ไม่ได้สนใจ เพราะเรารู้ว่ามันดี อย่างแฟนก็จะบอกอย่าเอามาวางแถวนี้นะ ก็ไม่เป็นไร บอกเขาไม่ต้องเป็นห่วง เพราะเราจะหวงน้ำปัสสาวะเราอยู่แล้ว มันไม่พอกิน เรารู้อยู่ว่ามันคือความจริง เราพิสูจน์เองว่ามันดี ก็จะบอกต่อคนอื่น

ล่าสุดลูกน้องที่สวนยาง ไปรถล้มมา เป็นผู้หญิงกับลูกสาว มีแผลบริเวณใบหน้า ไปถูกับพื้น เขาล้างแผลอยู่2 วัน ก็บอกเขาไม่ต้องไปล้างแผลแล้ว ได้แนะนำให้น้ำปัสสาวะเช็ดตรงที่เป็นแผล ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เขาไปล้างแผลอยู่ 2 วัน แผลยังไม่แห้งเลย เขาใช้น้ำปัสสาวะเช็ดแผลเพียงวันเดียว แผลที่เป็นบริเวณใบหน้า แห้งหมดเลย ก็บอกเขาว่ามันมีประโยชน์ ให้ทาให้ลูกด้วย ทาตอนแรกเด็กก็ร้อง พอทาไปสักพัก เด็กก็ไม่ร้องหลังจากที่เราแกะแผลออก รถล้มใหม่ๆ ประมาณวันที่ 14-15 ยังเป็นแผลเป็น แผลน่ากลัว แต่พอมาเช็ดด้วยน้ำปัสสาวะ แค่วันเดียว มันแห้งหมดเลย

โรคเก๊าท์และทาผิวแทนโลชั่น การใช้น้ำปัสสาวะในชีวิตประจำวันของสจ๊วตหนุ่ม – วันชัย เบญจพรชัย

คุณวันชัย เบญจพรชัย อายุ 55 ปี จิตอาสาแพทย์วิถีธรรม สวนป่านาุบุญ 3

อาชีพ พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน (สจ๊วต) อดีตเป็นโรคเก๊าท์ มียูริคสูง มามากกว่า 10 ปี หมอบอกว่าเป็นกรรมพันธุ์ เพราะเป็นคนจีน ที่บ้านชอบทานเนื้อสัตว์มาก ทำให้มียูริคสูง ตอนแรกก็เชื่อตามที่หมอบอกคือโรคเก๊าท์ รักษาไม่ได้ ต้องกินยาตลอดชีวิต ก็กินยามาโดยตลอด เป็นเวลามากกว่า 10 ปี เราเชื่อแบบนั้นจริงๆ ว่าโรคนี้ไม่สามารถรักษาหายได้

วันหนึ่ง พอได้มาเข้าค่ายหมอเขียว มาปฏิบัติและกินแบบหมอเขียว คือกินอาหารรสจืด งดเนื้อสัตว์ ก็ตัดสินใจเลิกทานยาหมอช่วงตอนเข้าค่าย ตอนแรกก็กลัวเหมือนกัน กลัวจะเจ็บ เพราะอาการปวดของเก๊าท์หรือยูริคสูง จะปวดมาก ตอนนี้ก็เกือบ 3 ปีแล้วไม่ได้กินยาเลย ไม่มีอาการอะไร ปัจจุบัน ใช้วิธีปรับสมดุลเรื่องอาหาร ไม่ทานอาหารรสจัด ปรับมาทานน้ำปัสสาวะมากขึ้น

ปัจจุบันใช้น้ำปัสสาวะเป็นประจำคือใช้ดีท็อกซ์และแช่ตัว โดยเอาน้ำปัสสาวะที่เหลือผสมกับน้ำร้อน เพราะเป็นสจ๊วต เวลาไปเมืองนอก ก็จะแช่ทั้งตัวตามอ่าง โดยเฉพาะช่วงอากาศหนาว แต่ก่อนจะใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ทาทั้งตัว ทั้งหน้า เพราะอากาศหนาว ผิวจะแห้ง ปัจจุบันก็เลิกใช้  มอยเจอร์ไรเซอร์แล้ว หันมาใช้น้ำปัสสาวะแทน โดยหลังจากนำน้ำปัสสาวะมาล้างตา ล้างตาโดยใส่ถ้วยกระบอกล้างตา ที่เหลือนำมาทาหน้า ทาขา ทาตัว น้ำปัสสาวะ เหมือนมอยเจอร์ไรเซอร์จะช่วยเคลือบผิวไปในตัว ผิวไม่แตก ปกติเวลาบินยุโรปไกลๆ อากาศแห้ง หน้าหนาว ผิวจะแตกมาก จะใช้ปัสสาวะทา 2-3 ครั้ง พอนึกได้ ก็ทา เดี๋ยวก็แห้ง น้ำปัสสาวะเป็นสารเคลือบผิวได้ดี โดยไม่ต้องล้างออก ใส่สูท ผูกไทปกติ เพราะไม่มีกลิ่น โดยปกติเพื่อนที่สนิทกัน จะถามว่า “แกกินฉี่เหรอ” ก็ตอบเขาไป “ใช่ นี่ไง หน้าก็ทาด้วย” เพื่อนมองก็ งง ๆ ก็ไม่เป็นไร เราเองรู้สึกเฉยๆ เพราะน้ำปัสสาวะ ก็ไม่มีกลิ่น น้ำปัสสาวะจะมีกลิ่น ก็นอกจากไปโดนเสื้อผ้า จึงจะมีกลิ่น ขนาดฉี่ที่เอามาเก็บไว้ ข้ามคืน วันสองวันแล้ว เอาลองมาแตะๆดู เหมือนมีกลิ่น แต่พอมาทาหน้าเรา ก็ไม่มีกลิ่น

ทุกวันนี้ ตื่นเช้ามาก็จะดื่มวันละ 1 แก้ว และนำมาทาหน้า ทาตัว จะทาเป็นประจำ แต่ช่วงหน้าร้อน ที่นี่อากาศร้อนมาก ไม่จำเป็นต้องใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ ก็ไม่ค่อยใช้ และใช้ล้างตาเป็นประจำ แต่เวลาไปบิน ทั้งอากาศบนเครื่องบินเองหรือต่างประเทศ เมืองนอก ก็ยังประมาณ 10 องศา ยังหนาวอยู่ ผิวจะแห้งๆ ก็จะใช้น้ำปัสสาวะทาเป็นประจำ ทาขา ทาตัว

โดยปกติแล้วที่ขาจะเป็นผื่น แล้วจะเกาเป็นประจำ หลังจากที่ใช้น้ำปัสสาวะแล้ว ก็จะเกาน้อยลง หรือบางทีก็ใช้น้ำมันเขียวเหยาะด้วย ก็ไม่เป็นแผล ซึ่งแต่ก่อน จะไม่ได้เลย ต้องหาครีมมาทา ใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ ใช้วาสลีน ซึ่งเข้มข้นมากจะทำให้ผิวเราไม่แตก แต่เดี๋ยวนี้ไม่ต้องใช้แล้ว ปัสสาวะเราดีที่สุด

ส่วนครอบครัว แต่ก่อนนี้ เขายังไม่รู้ พอวันหนึ่งเริ่มบอกเขาว่าเราดื่มน้ำปัสสาวะ  ทุกคนตกใจ   แต่ก่อนจะเก็บน้ำปัสสาวะไว้ในห้องน้ำแล้วจะซ่อนๆไว้ หลังจากพอเราบอกเขาแล้ว ไม่ต้องซ่อนแล้ว ก็วางเปิดเผยแล้วก็มีแก้วใหญ่สำหรับใส่น้ำปัสสาวะ เพื่อเอาไปทำปุ๋ย พอตอนเช้าดื่มน้ำปัสสาวะเสร็จ ที่เหลือก็นำมาล้างตา บางทีก็เอาไปทำปุ๋ย บางทีลืม ก็จะอยู่ในห้องน้ำ แรกๆ ทุกคนเห็นก็จะกรี๊ด ตกใจ เพราะมันเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ แต่เราก็บอกเขาว่ามันเป็นสิ่งที่มีประโยชน์

สำหรับน้ำปัสสาวะที่ทิ้งไว้นาน โดยปกติ เอาไปทำปุ๋ยอยู่แล้ว แต่ถ้าบางทีลืม ก็จะเก็บเอาไปทาหน้า ทาขา ถ้าฉุนมากๆ วันนั้น ทดลองจิบดู จะมีกลิ่นแรง ฉุนนิดๆเพราะเก็บไว้หลายวัน แต่ก็อยากจะรู้ว่าจะอ๊วก จะอะไรไหม ก็ไม่เป็นไร เพราะอาจจะเคยชินกับมันแล้ว แต่เอามาทาตัวก็มีกลิ่นนิดหน่อย แต่พอสักพัก กลิ่นก็หายไป

น้ำปัสสาวะนี่ เป็นสิ่งที่เราไปเกลียดเขา เพราะบางทีเห็นแล้ว มันเป็นสิ่งที่น่าเกลียด เพราะมันอยู่ในห้องน้ำ เนื่องจาก ตามห้องน้ำ น้ำปัสสาวะมันอยู่ในโถ มันมีแบคทีเรีย มีจุลินทรีย์ มันเลยทำให้ ดูสกปรก น่ารังเกียจ แล้วมันมีกลิ่น และสกปรก  แต่จริงๆแล้วน้ำปัสสาวะ มันกรองออกมาจากไตและเป็นสิ่งที่สะอาดมาก ถ้าเราเก็บไว้ในภาชนะที่สะอาด มันก็จะสะอาด แล้วน้ำปัสสาวะก็คือของๆเรา ที่ถูกกรองออกมาแล้ว เรากินอะไรเข้าไป น้ำปัสสาวะก็จะออกมาเป็นแบบนั้น ยิ่งตอนช่วงที่เราไม่สบายนะ จะพยายามกินน้ำปัสสาวะมากๆเลย เพราะจะเป็นยา กลับไปรักษาตัวเราเอง ซึ่งมันดีมากๆ ไม่ต้องไปกินยาอะไรเลย กินจิบไปเรื่อยๆ  อาจารย์ (หมอเขียว) ก็เคยสอนว่า หลังจากเรากินน้ำปัสสาวะเข้าไป มันจะเหมือนเป็นวัคซีน พอกินเข้าไป เม็ดเลือดขาว ก็จะตกใจ ว่ามีเชื้อโรคอ่อนๆมาแล้ว เม็ดเลือดขาวก็จะสร้างขึ้นมาอีกแล้วก็จะไปกำจัดสิ่งที่อยู่ในน้ำปัสสาวะและเชื้อโรคที่อยู่ในตัวเราด้วย  พร้อมกันทีเดียวเลย

 

ตาบอดกระทันหัน ใช้น้ำปัสสาวะแช่ตา จนหาย – มาลากุล ทรงยศ

คุณมาลากุล ทรงยศ อายุ 59 ปี อาชีพ รับราชการ ครู

มีอาการตาบอดกะทันหัน หลังก้มเก็บของ เมื่อเงยขึ้นมา ตาขวากลับมืดมองไม่เห็นอะไร          ในวันแรกใช้วิธีการนวดตา จากที่เคยได้ยิน จักษุแพทย์แนะนำพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ แต่ก็ไม่หาย ยังคงมีอาการเจ็บปวดอยู่ เลยตัดสินใจใช้น้ำปัสสาวะแช่ตา วันที่ 2 ไปหาจักษุแพทย์ หมอบอกว่าเป็นโรควุ้นสายตาเสื่อมซึ่งเป็นอาการของคนเป็นโรคเบาหวาน ทั้งที่ตนเองไม่ได้เป็นเบาหวาน หมอให้ยาหยอดตาและยาทานมา โดยตนเองได้หยอดตาและทานยาสลับกับการใช้น้ำปัสสาวะ

แต่หลังจากนั้น 2 -3 วัน อาการไม่ดีขึ้น ยังคงมองไม่เห็น มืดเหมือนเดิมและมีอาการแสบบวม จึงตัดสินใจเลิกใช้ยาหมอ และใช้แต่น้ำปัสสาวะแช่ตา โดยใช้ฝาขวดน้ำขนาด 6 ลิตรใส่น้ำปัสสาวะและลืมตาในฝาขวดนั้น ทำแบบนี้ ทั้งเช้า เที่ยง เย็นและทุกครั้งที่ปัสสาวะออกมา รวมทั้งใช้การพอกหน้าด้วย ดินสอพองผสมผงถ่านผสมกับน้ำปัสสาวะ พอกที่หน้า เมื่อแห้งก็แกะออก รวมทั้งการกัวซา ขูดพิษ ขูดลมที่ใบหน้าร่วมด้วย

ตนเองรู้สาเหตุที่เป็น คือ เกิดจากการมีพิษร้อนในร่างกาย เพราะต้องขับรถเดินทางต่างจังหวัด เป็นระยะเวลานาน ทำแบบนี้จนกระทั่งหาย

หลังจากที่หายจากโรควุ้นสายตาเสื่อม การใช้น้ำปัสสาวะนั้น ใช้เป็นประจำ ทุกวัน คือเมื่อตื่นนอนตอนเช้า จะแบ่งน้ำปัสสาวะออกเป็น 2 ส่วน คือส่วนหนึ่ง ใช้ดื่มและอีกส่วนหนึ่งไปผสมน้ำเปล่าไว้ทำดีท็อกซ์สวนล้างลำไส้ทั้งเช้าและเย็น เพราะรู้ถึงประโยชน์ว่า ในน้ำปัสสาวะมีโกรธฮอร์โมน ทำให้เรามีความเป็นหนุ่มเป็นสาวอยู่ตลอด ช่วยให้เราไม่แก่ไว

แรงจูงใจในการใช้น้ำปัสสาวะ คือ ความอยากลอง ไม่มีอะไรจะเสียหาย น้ำปัสสาวะในร่างกายใช้เนื้อกรอง ไม่ได้ใช้เครื่องกรอง ซึ่งเนื้อก็คือ เซลล์ที่ละเอียด มีความสะอาด ไม่มีกลิ่นเหม็นเพราะตนเองทานมังสวิรัติ ทานอาหารรสจืด

การเป็นวุ้นสายตาเสื่อม ก็สามารถจะหายได้ แม้ว่าตอนแรกที่ไปหาหมอ ตาจะแดงมาก

หลังจากนั้น 2-3 วันจึงตัดสินใจใช้น้ำปัสสาวะอย่างเดียว โดยไม่ใช้ยาหมออีกเลย โดยบางครั้งใช้วิธีการทำนาโนยูรีน ร่วมด้วย โดยการนำน้ำปัสสาวะ 1 ส่วนผสมน้ำเปล่า 99 ส่วนใส่ในขวด กระทุ้งหรือเคาะ ประมาณ 50 ครั้งขึ้นไป ในการรักษาวุ้นสายตาเสื่อม นอกจากการใช้น้ำปัสสาวะแช่ตา แล้วก็ใช้การกัวซา การปรับอาหาร ปั้นน้ำผักผลไม้เพื่อช่วยบำรุงสายตา

สำหรับคนที่ยังทานอาหารเนื้อสัตว์อยู่หรือแม้แต่คนที่ทานมังสวิรัติ ปัสสาวะจะไม่เหม็นถ้าเราทานอาหารรสจืด แนะนำหากจะเริ่มดื่มน้ำปัสสาวะ ให้ทานอาหารรสจืดในมื้อเย็น ก่อนนอนให้เข้าห้องน้ำฉี่ออกให้หมดและดื่มน้ำเปล่าเยอะๆ หากดื่มเยอะมากเกิน ประมาณเที่ยงคืน ซึ่งเป็นช่วงที่อากาศร้อน จะทำให้เราอยากปัสสาวะ ก็ให้ปัสสาวะออก แล้วดื่มน้ำเข้าไปอีก  ตื่นเช้ามา สามารถนำน้ำปัสสาวะมาดื่มได้ หัวกลางท้ายใช้ได้หมดวิธีนี้ทำให้สามารถดื่มน้ำปัสสาวะได้อย่างง่ายดาย เพราะคนเราจะดื่มน้ำปัสสาวะได้ยากมากที่สุดในครั้งแรก แต่ถ้าท่านทำครั้งแรกได้ ครั้งต่อไปก็อยากจะทำ ถ้าทำตอนเช้า ท่านจะรีบเข้าห้องน้ำ อาการท้องผูกจะหายไป

หากจะดื่มน้ำปัสสาวะ ต้องดูแลอาหารด้วย คือไม่ทานเผ็ด หวาน มัน ทานอาหารรสจืด

 

โรคต้อลม กับการใช้น้ำปัสสาวะหยอดตา – หมายขวัญพุทธ สุขโสด

หมายขวัญพุทธ สุขโสด จิตอาสาแพทย์วิถีธรรม

อดีตเป็นไกด์รัสเซีย รู้จักแพทย์วิถีธรรมตั้งแต่ปี 2554 และตัดสินใจมาเข้าค่ายสุขภาพที่ จ.กาญจนบุรี

ไม่เคยรู้จักน้ำปัสสาวะมาก่อน แต่เชื่อมั่นในแนวพุทธศาสนา เชื่อมั่นในหมอเขียวและพระพุทธเจ้า ซึ่งได้ระบุในพระไตรปิฎก ว่า น้ำปัสสาวะเป็นยารักษาโรคที่ดีที่สุด ที่เราสามารถผลิตเองได้ เชื่อมั่นและไม่ลังเล เข้าห้องน้ำ ทำการทดสอบเลย พบว่ารักษาโรคได้เยอะมาก ตั้งแต่หัวจรดเท้า

เคยมีอาการเป็นต้อลม จะมีอาการเมื่อโดนแดด ฝน ฝุ่นผงเลยก็ใช้น้ำปัสสาวะหยอดตา ปรากฏว่า ตาใส และเคยเกิดอุบัติเหตุ โดนเหล็กทิ่มที่นิ้วเท้า ไม่ได้ไปโรงพยาบาล และใช้น้ำปัสสาวะแช่แผลสดตลอดจนกระทั้งแผลหาย ปิดสนิท

น้ำปัสสาวะสามารถใช้ได้ทั้งแบบทานสดและหมักได้ ยิ่งหมักไว้ยิ่งดีมากแต่มันจะแสบ การหมักมี 2 แบบคือ หมักไว้เฉยๆและการหมักแบบใส่เปลือกมังคุดในโหลดองไว้ 15 วัน มีรสชาติกลมกล่อม ยิ่งหมักนาน ยิ่งมีค่าเป็นด่าง หลัง 15 วันก็สามารถนำไปใช้ได้เลย เมื่อเวลาปวดฟัน เจ็บฟัน ก็สามารถนำน้ำปัสสาวะมาบ้วนปากและหาย

ประโยชน์ของน้ำปัสสาวะคือ เราผลิตเอง ไม่ต้องไปขอใคร เป็นยาที่ติดตัวเรา เคยให้น้ำปัสสาวะของตนเองแก่ผู้ป่วยที่เป็นโรคไต มีภาวะฉุกเฉิน มีเลือดในลำไส้ออก อาเจียนเป็นเลือด เลยให้เขากินน้ำปัสสาวะผสมใบสาบเสือและน้ำคลอโรฟิลด์ (น้ำสมุนไพรฤทธิ์เย็น) ปรากฏว่าแค่ 15 นาที อาเจียนออกมา ไม่มีเลือดเลย ส่วนตัว นิยมกินแบบสด ตั้งแต่ตื่นนอนตอนเช้าก็จะทานน้ำปัสสาวะเลยวันละแก้ว น้ำปัสสาวะจะใส เหลืองอ่อนๆ คล้ายน้ำมะพร้าว แต่วันไหนกินอาหารรสจัด น้ำปัสสาวะก็จะเค็ม ตามอาหารที่เราทาน ก็จะระมัดระวัง วันไหนทานอาหารรสจัดก็จะไม่เอามาทาหน้า เดี๋ยวจะเป็นสิว ทุกวันนี้ร่างกายแข็งแรง อายุ 50 แล้ว แม้ว่าจะน้ำหนักลดไป 10 กิโลแต่ก็แข็งแรง สามารถทานน้ำปัสสาวะแทนข้าวได้เลย ถ้าช่วงที่ไม่สบายมากๆ จะทำน้ำปัสสาวะนาโน ซึ่งมีพลังสูงมาก แต่ต้องระวังเพราะมีประสิทธิภาพสูงในการกระทุ้งโรคแรง แต่หากไม่จำเป็น ก็ใช้น้ำปัสสาวะสดดีกว่า ควรปรับอาหาร ดื่มน้ำปรับสมดุล ออกกำลังกายจะช่วยขับพิษในร่างกายได้ดี ตอนนี้การใช้น้ำปัสสาวะทั่วโลกยอมรับแล้ว เป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่อยู่ในตัวเราและเราผลิตเองได้ เราพึ่งตนเองได้ ประหยัดเราไม่ต้องไปหาหมอ

 

ใจถึงพุทธ เสียงแจ่ม กับการใช้น้ำปัสสาวะหยอดตา

ใจถึงพุทธ เสียงแจ่ม หรือ คิม จิตอาสาแพทย์วิถีธรรมที่ได้ศึกษาและทดลองใช้น้ำปัสสาวะในการบำบัดรักษาโรคจนได้ผลเป็นที่น่าพอใจ เขาได้ใช้น้ำปัสสาวะบำบัดรักษาอาการเจ็บป่วยหลายอย่าง แต่ในตอนนี้จะมาแบ่งปันประสบการณ์การใช้น้ำปัสสาวะกับดวงตา คือการนำน้ำปัสสาวะไปใช่ในการหยอดตา (ลืมตาในน้ำปัสสาวะ)

สวัสดีครับผมใจถึงพุทธ เสียงแจ่ม เป็นจิตอาสาแพทย์วิถีธรรม อยู่ที่อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี เป็นคนชอบปฏิบัติธรรม การนั่งสมาธิ

เผอิญได้มาเจอะรุ่นพี่จิตอาสาแพทย์วิถีธรรมในงานเลี้ยง ได้คุยธรรมะกัน และด้วยความที่กินเจมาก่อนหน้านี้ 6 เดือน พี่จิตอาสาแนะนำให้ลองดื่มน้ำปัสสาวะดู เพื่อแก้อาการปวดเมื่อยตัว เมื่อกลับไปบ้านเลยตัดสินใจทดลองดื่มน้ำปัสสาวะ ตอนแรกที่ดื่มน้ำปัสสาวะ มีรสเค็มมาก เพราะกินอาหารเจ รสจัด หลังจากนั้นเลยตัดสินใจไปค่ายสุขภาพของหมอเขียว ที่สวนป่านาบุญ1 อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร และได้มีโอกาสเข้ากลุ่มโรคต่างๆ พี่จิตอาสาในกลุ่มได้แนะนำให้ใช้น้ำปัสสาวะล้างจมูก แก้ไซนัส หยอดหูตาและอาบน้ำ

ทุกวันนี้เมื่อตอนเช้าขึ้นมาก็จะใช้หยอดตา หยอดหูในตอนเช้า ดื่มและอาบน้ำ โดยการใช้น้ำปัสสาวะกับดวงตา จะปัสสาวะใส่ขวด ทิ้งค้างไว้หนึ่งคืนแล้วตอนเช้า นำเอามากรอกตาไปมา รู้สึกเย็นสบาย ตาโล่งดี ผลที่ได้คือ ตาจะมองชัดมากเลย แต่สำหรับคนใหม่ อาจจะใช้น้ำปัสสาวะที่สดใหม่ ไม่ต้องหมักค้างคืน ใช้แบบสดๆ หยอดตาได้เลย โดยกรอกตาไปมาเพื่อบริหารกล้ามเนื้อตา มีอยู่ครั้งหนึ่ง โดนหมากัดที่ขาขวาเขี้ยวจม เลือดออกมาก ก็ตัดสินใจไม่ไปหาหมอ แต่ใช้น้ำปัสสาวะที่หมักไว้ ล้างแผลสด แผลก็หายเร็วและไม่เป็นแผลเป็นแต่อย่างใด ปัจจุบันใช้น้ำปัสสาวะเป็นประจำทุกวัน และได้หมักเก็บน้ำปัสสาวะเป็นขวดๆ ไว้ที่บ้านจำนวนมากเพื่อเอาไว้ใช้ยามฉุกเฉิน