ไขข้อข้องใจ “กรดยูริกในน้ำปัสสาวะ

ตอบคำถาม ไขข้อข้องใจเกี่ยวกับ กรดยูริคในน้ำปัสสาวะ มีหลายข้อมูลจนไม่รู้ว่าจะเชื่อใครดี 

ฟังทางนี้ !!! ดร.ใจเพชร กล้าจน (หมอเขียว) จะไขความข้องใจเกี่ยวกับกรดยูริคในน้ำปัสสาวะ

จากงานวิจัยของนักวิจัย มหาวิทยาลัยเบิร์กลีย์ ประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่า กรดยูริกในน้ำปัสสาวะเป็นสารต้านความชรา ต้านมะเร็ง ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้อายุยืน แต่วงการแพทย์กล่าวว่า เป็นสารพิษอาจทำให้เกิดโรคเก๊าท์ ไขข้ออักเสบ ข้อมูลขัดแย้งกัน จะเชื่อใครดี

หมอเขียวบอกว่า ให้เชื่อพระพุทธเจ้า ดีที่สุด ให้ทดลองใช้ดู ถ้าสบาย เบากายและมีกำลัง ก็เป็นสิ่งที่ดี  ถ้าใช้แล้วไม่สบาย ไม่เบากาย ก็ไม่ดี ในงานวิจัยเอง ก็มีข้อมูลที่แย้งไปแย้งมาได้ มีงานวิจัยหลายอย่างที่ทำไปทำมา พอถึงวันหนึ่งก็มีการเปลี่ยนแปลงตัวเลขเช่นกัน

ตย. งานวิจัยในอดีตเขาให้กินเนื้อ นม ไข่เยอะ แต่ปัจจุบันให้ลดเนื้อ เพิ่มผัก  หรือบางงานวิจัยบอกว่ายาบางตัวที่แก้คลื่นไส้ พอกินไปกินมา 10ปีต่อมา พบว่าส่งผลกระทบต่อหญิงมีครรภ์  ปรากฏว่าเด็กทารกที่คลอดออกมา พิการ จึงสั่งให้เลิกใช้

ในงานวิจัยนั้น ก็เป็นความจริงในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ในเหตุปัจจัยหนึ่ง ในงานวิจัยจริงๆ แล้วมีข้อบกพร่องเยอะ เพราะไม่สามารถควบคุมเหตุปัจจัยต่างๆได้ จะมีเหตุปัจจัยตัวอื่นมากระทบอยู่ งานวิจัยจริงๆ ไม่ได้ควบคุมเหตุปัจจัยได้ทั้งหมด เพราะฉะนั้น ในงานวิจัยเป็นเพียงค่าเฉลี่ยโดยรวมเท่านั้น

 

พระพุทธเจ้าตรัสว่า น้ำปัสสาวะเป็นยาที่หาได้ง่ายและไม่มีโทษ ซึ่งท่านได้ทดลองมาแล้ว 

ประเด็น กรดยูริกในน้ำปัสสาวะ มีนักวิจัยค้นพบว่า ต้านความชรา ต้านมะเร็ง ต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งดูจะขัดแย้งกับทางการแพทย์ ที่พูดถึงโรคเก๊าท์ ปวดข้อ ไขข้ออักเสบซึ่งเกิดจากการที่มีกรดยูริกเยอะ

โดยปกติ พืชและสัตว์ก็มีกรดยูริกเยอะ โดยเฉพาะสัตว์ 2 เท้าอย่างไก่ กินแล้วก็มีกรดยูริกเยอะ จะมีอาการปวดตามข้อ พอหยุดกินก็หายปวด พอหยุดกินก็จะหายปวดตามข้อ

ยูริกในพืชบางชนิด อาทิ หน่อไม้ ก็จะทำให้มีอาการปวดข้อได้เช่นกัน

ส่วนยูริกในปัสสาวะ เมื่อทานเข้าไปแล้ว จากที่ได้ทดลองด้วยตนเอง พบว่า กินทีไร ก็จะหายปวดตามข้อทุกครั้ง แสดงว่ากรดยูริกจากปัสสาวะเป็นยูริกที่แก้อักเสบได้ สามารถระงับปวดได้ เพราะพิสูจน์ได้จริงว่า ยูริคในน้ำปัสสาวะ เป็นยูริกที่ต้านชรา ต้านมะเร็ง ต้านสารอนุมูลอิสระนั้น ทำให้อายุยืนได้ เป็นเรื่องจริง เพราะได้พิสูจน์แล้วว่าโรคภัยไข้เจ็บลดลง กระชุ่มกระชวย มีชีวิตชีวา และยูริกในน้ำปัสสาวะนั้นเป็นยูริกคนละตัวกับพืชและสัตว์ มีโครงสร้างที่อาจจะเหมือนกัน แต่มีรายละเอียดต่างกัน เป็นยูริกที่ไม่เหมือนกัน มีคุณสมบัติที่แตกต่างกันไป

เช่นเดียวกับ สารเบต้าเคโรทีน ที่มีฤทธิ์ต้านมะเร็ง เพิ่มภูมิต้านทาน ลดโรคต่างๆ แม้ว่าเบต้าเคโรทีนในฟักทองกับเบต้าเคโรทีนในย่านางจะมีเยอะเหมือนกัน แต่ก็มีคุณสมบัติต่างกัน

 

ถ้าใครที่ไม่สบาย ไข้ขึ้น ไปกินเบต้าเคโรทีนจากฟักทอง ซึ่งเป็นเบต้าเคโรทีนร้อน จะทำให้ไข้ขึ้นได้ ส่วนการกินเบต้าเคโรทีนที่อยู่ในย่านาง ไข้จะลด มันเป็นเบต้าเคโรทีนเหมือนกัน แต่ไม่เหมือนกัน เพราะมีลักษณะที่ต่างกันอยู่ เบต้าเคโรทีนที่อยู่ในย่านาง มีฤทธิ์เย็น ส่วนเบต้าเคโรทีนในฟักทองนั้น มีฤทธิ์ร้อน หากใครเป็นโรคจากอาการร้อนเกิน กินเบต้าเคโรทีนจากฟักทองจะมีอาการแย่ลง กินเบต้าเคโรทีนจากย่านางจะดีขึ้น แต่ถ้าใครเป็นโรคที่เกิดจากภาวะเย็นเกิน กินเบต้าเคโรทีนจากย่านางจะแย่ลง กินเบต้าเคโรทีนจากฟักทองจะดีขึ้น

กรดยูริกในปัสสาวะ มีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ เบาบางและน้อย ไม่เหมือนกับเนื้อสัตว์หรือพืชบางชนิดที่มียูริกจำนวนมาก ซึ่งจำนวนมากจะเป็นโทษ ทำให้เกิดการอักเสบได้ ยูริกในน้ำปัสสาวะนั้นเจือจาง อยู่ในระดับวัคซีน สารต่างๆในน้ำปัสสาวะนั้น จะเจือจาง เป็นพิษน้อย การทำงานของวัคซีนคือ การเอาพิษเจือจางเข้าไปในชีวิต พลังชีวิต ร่างกายจะสร้างเม็ดเลือดขาวให้แข็งแรง สร้างร่างกายให้แข็งแรง มาต่อสู้ ขับและสลายพิษ ซึ่งเป็นกระบวนการวัคซีนในร่างกาย เขาจะสร้างตัว ลิมโฟไซต์ (อังกฤษ: lymphocyte) ซึ่งเป็นเม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่ง ทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบภูมิคุ้มกันของสัตว์มีกระดูกสันหลัง รวมถึงคนด้วย  กระบวนการนี้เอง ก็จะทำให้เกิดภูมิต้านทานตัวเชื้อโรคหรือพิษนั้นโดยตรง นี่คือกระบวนการวัคซีน แต่อย่างไรก็ตาม ต้องใช้พิษอ่อนๆ เจือจาง ไม่ใช่พิษที่เข้มข้น ซึ่งจะเป็นพิษ ซึ่งนี่คือสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ค้นพบ และใช้พิษอ่อนๆนี้ในการทำวัคซีน

ดังนั้นในน้ำปัสสาวะนั้น พิษที่มีคือพิษอ่อนๆเท่านั้นไม่ใช่พิษที่แรง หรือเข้มข้น ไม่ใช่แค่พิษจากกรดยูริกอย่างเดียว แต่มีพิษอื่นๆด้วย แต่มีสภาวะเป็นพิษอ่อนๆ พอเข้าไปในร่างกาย ก็ไปกระตุ้นให้ร่างกายสร้างลิมโฟไซต์ เม็ดเลือดขาว มากำจัดพิษในร่างกายก็เลยกำจัดยูริกจำนวนมากในร่างกายไปด้วย ไปๆมาๆก็หายจากโรคเก๊าท์ ซึ่งเรียกว่าเป็นวิธี พิษดับพิษ

ผลก็คือ คนที่เป็นโรคเก๊าท์แล้ว เมื่อกินปัสสาวะหรือสวนล้างลำไส้ด้วยปัสสาวะ หรือใช้น้ำปัสสาวะไปสัมผัสบริเวณที่ปวดนั้นแล้วอาการปวดลดลง เหล่านี้คือลักษณะของพิษดับพิษ

ในน้ำปัสสาวะนั้นไม่ได้มีแค่กรดยูริกอย่างเดียว ยังมีเชื้อโรคอื่นๆทุกอย่างในตัวเรา สารหรือพลังงานจากโรคทุกอย่างในตัวเรา แต่อยู่ในระดับที่เจือจาง มันจะถูกขับออกมาทางปัสสาวะ    เพราะในเนื้อเยื้อของร่างกายเราจะมี เปอรอกซิโซม (Peroxisome)  ซึ่งทำหน้าที่สลายพิษกำจัดพิษต่างๆในเซลล์และเนื้อเยื่อของเรา

ด้วยกลไกของเปอรอกซิโซม ร่างกายจะกำจัดพิษออกมาอยู่แล้วก่อนที่จะดันออกมาทางปัสสาวะ พิษที่ออกมาจากปัสสาวะจึงเป็นพิษอ่อนๆ  พอเข้าไปในร่างกาย จึงเป็นวัคซีน ที่ทำให้ชีวิตผลิต พลังงานมากำจัดพิษ กำจัดโรค ดันพิษ ทุกตัวในร่างกายของเรา น้ำปัสสาวะจึงกลายเป็นวัคซีนชั้นยอดที่ช่วยลดโรคได้ทุกโรค งานวิจัยจึงได้ค้นพบว่า น้ำปัสสาวะช่วยลดโรคทุกโรคจึงปรากฏว่า การดื่ม การใช้น้ำปัสสาวะ ไม่ได้ทำให้อาการปวดเพิ่มขึ้น

เพราะฉะนั้น ยูริกที่อยู่ในน้ำปัสสาวะ จึงเป็นยูริกในระดับวัคซีน ที่ไม่มีอันตราย เป็นวัคซีนที่ทำให้เราแข็งแรง ที่กระตุ้นให้เกิดภูมิต้านทานขึ้น ชีวิตจึงเกิดภูมิต้านทาน สร้างร่างกายให้แข็งแรงด้วยการสู้พิษ สลายพฺษ ขับพิษ เซลล์จึงแข็งแรง จึงมีงานวิจัยพบว่า น้ำปัสสาวะช่วยลดโรคได้ทุกโรค  เพราะว่าเป็นการเอาพิษอ่อนในร่างกายเรา เชื้อโรคทุกโรค ถูกกำจัดให้เป็นพิษอ่อนๆแล้วออกมาทางปัสสาวะ  พอออกมาทางปัสสาวะ น้ำปัสสาวะที่เราดื่มเข้าไป จึงกลายเป็นวัคซีน กลายเป็นการเพิ่มภูมิต้านทาน ที่สร้างเซลล์ให้แข็งแรงขึ้น

การใช้น้ำปัสสาวะ เป็นการอธิบายด้วยหลัก เหตุและผล เหตุคือ การดื่มน้ำปัสสาวะ การใส่น้ำปัสสาวะเข้าไปในร่างกายแล้ว ผลคือ โรคลดลง หายโรค  นี่เป็นการอธิบายกลไกของเหตุและผล

ในขณะที่กรดยูริกในหน่อไม้ ในไก่ ในเป็ด ในหมู หรือสัตว์ใหญ่ต่างๆ นั้นเยอะ เมื่อกินเข้าไปแล้วทำให้ปวดตามข้อ ปวดตามร่างกายต่างๆ กรดยูริกเหล่านี้ ทำให้ปวดและทรมานตามร่างกาย

ที่สำคัญคือ ถ้าเราชิงชัง รังเกียจ  อะไรมาก ให้เรากินตัวนั้นเลย รับรองเลยว่าเป็นยาที่แรงที่สุด มีประสิทธิภาพสูงจริง เพราะจะได้ล้างความชัง ล้างอัตตา ล้างกิเลสตัวชัง เมื่อใดที่เรากินตัวที่เราชังที่สุดได้ เราจะกินตัวใดก็ได้ เพราะจะมีประสิทธิภาพพอๆกัน

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *