ไขข้อข้องใจ “กรดยูริกในน้ำปัสสาวะ

ตอบคำถาม ไขข้อข้องใจเกี่ยวกับ กรดยูริคในน้ำปัสสาวะ มีหลายข้อมูลจนไม่รู้ว่าจะเชื่อใครดี 

ฟังทางนี้ !!! ดร.ใจเพชร กล้าจน (หมอเขียว) จะไขความข้องใจเกี่ยวกับกรดยูริคในน้ำปัสสาวะ

จากงานวิจัยของนักวิจัย มหาวิทยาลัยเบิร์กลีย์ ประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่า กรดยูริกในน้ำปัสสาวะเป็นสารต้านความชรา ต้านมะเร็ง ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้อายุยืน แต่วงการแพทย์กล่าวว่า เป็นสารพิษอาจทำให้เกิดโรคเก๊าท์ ไขข้ออักเสบ ข้อมูลขัดแย้งกัน จะเชื่อใครดี

หมอเขียวบอกว่า ให้เชื่อพระพุทธเจ้า ดีที่สุด ให้ทดลองใช้ดู ถ้าสบาย เบากายและมีกำลัง ก็เป็นสิ่งที่ดี  ถ้าใช้แล้วไม่สบาย ไม่เบากาย ก็ไม่ดี ในงานวิจัยเอง ก็มีข้อมูลที่แย้งไปแย้งมาได้ มีงานวิจัยหลายอย่างที่ทำไปทำมา พอถึงวันหนึ่งก็มีการเปลี่ยนแปลงตัวเลขเช่นกัน

ตย. งานวิจัยในอดีตเขาให้กินเนื้อ นม ไข่เยอะ แต่ปัจจุบันให้ลดเนื้อ เพิ่มผัก  หรือบางงานวิจัยบอกว่ายาบางตัวที่แก้คลื่นไส้ พอกินไปกินมา 10ปีต่อมา พบว่าส่งผลกระทบต่อหญิงมีครรภ์  ปรากฏว่าเด็กทารกที่คลอดออกมา พิการ จึงสั่งให้เลิกใช้

ในงานวิจัยนั้น ก็เป็นความจริงในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ในเหตุปัจจัยหนึ่ง ในงานวิจัยจริงๆ แล้วมีข้อบกพร่องเยอะ เพราะไม่สามารถควบคุมเหตุปัจจัยต่างๆได้ จะมีเหตุปัจจัยตัวอื่นมากระทบอยู่ งานวิจัยจริงๆ ไม่ได้ควบคุมเหตุปัจจัยได้ทั้งหมด เพราะฉะนั้น ในงานวิจัยเป็นเพียงค่าเฉลี่ยโดยรวมเท่านั้น

 

พระพุทธเจ้าตรัสว่า น้ำปัสสาวะเป็นยาที่หาได้ง่ายและไม่มีโทษ ซึ่งท่านได้ทดลองมาแล้ว 

ประเด็น กรดยูริกในน้ำปัสสาวะ มีนักวิจัยค้นพบว่า ต้านความชรา ต้านมะเร็ง ต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งดูจะขัดแย้งกับทางการแพทย์ ที่พูดถึงโรคเก๊าท์ ปวดข้อ ไขข้ออักเสบซึ่งเกิดจากการที่มีกรดยูริกเยอะ

โดยปกติ พืชและสัตว์ก็มีกรดยูริกเยอะ โดยเฉพาะสัตว์ 2 เท้าอย่างไก่ กินแล้วก็มีกรดยูริกเยอะ จะมีอาการปวดตามข้อ พอหยุดกินก็หายปวด พอหยุดกินก็จะหายปวดตามข้อ

ยูริกในพืชบางชนิด อาทิ หน่อไม้ ก็จะทำให้มีอาการปวดข้อได้เช่นกัน

ส่วนยูริกในปัสสาวะ เมื่อทานเข้าไปแล้ว จากที่ได้ทดลองด้วยตนเอง พบว่า กินทีไร ก็จะหายปวดตามข้อทุกครั้ง แสดงว่ากรดยูริกจากปัสสาวะเป็นยูริกที่แก้อักเสบได้ สามารถระงับปวดได้ เพราะพิสูจน์ได้จริงว่า ยูริคในน้ำปัสสาวะ เป็นยูริกที่ต้านชรา ต้านมะเร็ง ต้านสารอนุมูลอิสระนั้น ทำให้อายุยืนได้ เป็นเรื่องจริง เพราะได้พิสูจน์แล้วว่าโรคภัยไข้เจ็บลดลง กระชุ่มกระชวย มีชีวิตชีวา และยูริกในน้ำปัสสาวะนั้นเป็นยูริกคนละตัวกับพืชและสัตว์ มีโครงสร้างที่อาจจะเหมือนกัน แต่มีรายละเอียดต่างกัน เป็นยูริกที่ไม่เหมือนกัน มีคุณสมบัติที่แตกต่างกันไป

เช่นเดียวกับ สารเบต้าเคโรทีน ที่มีฤทธิ์ต้านมะเร็ง เพิ่มภูมิต้านทาน ลดโรคต่างๆ แม้ว่าเบต้าเคโรทีนในฟักทองกับเบต้าเคโรทีนในย่านางจะมีเยอะเหมือนกัน แต่ก็มีคุณสมบัติต่างกัน

 

ถ้าใครที่ไม่สบาย ไข้ขึ้น ไปกินเบต้าเคโรทีนจากฟักทอง ซึ่งเป็นเบต้าเคโรทีนร้อน จะทำให้ไข้ขึ้นได้ ส่วนการกินเบต้าเคโรทีนที่อยู่ในย่านาง ไข้จะลด มันเป็นเบต้าเคโรทีนเหมือนกัน แต่ไม่เหมือนกัน เพราะมีลักษณะที่ต่างกันอยู่ เบต้าเคโรทีนที่อยู่ในย่านาง มีฤทธิ์เย็น ส่วนเบต้าเคโรทีนในฟักทองนั้น มีฤทธิ์ร้อน หากใครเป็นโรคจากอาการร้อนเกิน กินเบต้าเคโรทีนจากฟักทองจะมีอาการแย่ลง กินเบต้าเคโรทีนจากย่านางจะดีขึ้น แต่ถ้าใครเป็นโรคที่เกิดจากภาวะเย็นเกิน กินเบต้าเคโรทีนจากย่านางจะแย่ลง กินเบต้าเคโรทีนจากฟักทองจะดีขึ้น

กรดยูริกในปัสสาวะ มีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ เบาบางและน้อย ไม่เหมือนกับเนื้อสัตว์หรือพืชบางชนิดที่มียูริกจำนวนมาก ซึ่งจำนวนมากจะเป็นโทษ ทำให้เกิดการอักเสบได้ ยูริกในน้ำปัสสาวะนั้นเจือจาง อยู่ในระดับวัคซีน สารต่างๆในน้ำปัสสาวะนั้น จะเจือจาง เป็นพิษน้อย การทำงานของวัคซีนคือ การเอาพิษเจือจางเข้าไปในชีวิต พลังชีวิต ร่างกายจะสร้างเม็ดเลือดขาวให้แข็งแรง สร้างร่างกายให้แข็งแรง มาต่อสู้ ขับและสลายพิษ ซึ่งเป็นกระบวนการวัคซีนในร่างกาย เขาจะสร้างตัว ลิมโฟไซต์ (อังกฤษ: lymphocyte) ซึ่งเป็นเม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่ง ทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบภูมิคุ้มกันของสัตว์มีกระดูกสันหลัง รวมถึงคนด้วย  กระบวนการนี้เอง ก็จะทำให้เกิดภูมิต้านทานตัวเชื้อโรคหรือพิษนั้นโดยตรง นี่คือกระบวนการวัคซีน แต่อย่างไรก็ตาม ต้องใช้พิษอ่อนๆ เจือจาง ไม่ใช่พิษที่เข้มข้น ซึ่งจะเป็นพิษ ซึ่งนี่คือสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ค้นพบ และใช้พิษอ่อนๆนี้ในการทำวัคซีน

ดังนั้นในน้ำปัสสาวะนั้น พิษที่มีคือพิษอ่อนๆเท่านั้นไม่ใช่พิษที่แรง หรือเข้มข้น ไม่ใช่แค่พิษจากกรดยูริกอย่างเดียว แต่มีพิษอื่นๆด้วย แต่มีสภาวะเป็นพิษอ่อนๆ พอเข้าไปในร่างกาย ก็ไปกระตุ้นให้ร่างกายสร้างลิมโฟไซต์ เม็ดเลือดขาว มากำจัดพิษในร่างกายก็เลยกำจัดยูริกจำนวนมากในร่างกายไปด้วย ไปๆมาๆก็หายจากโรคเก๊าท์ ซึ่งเรียกว่าเป็นวิธี พิษดับพิษ

ผลก็คือ คนที่เป็นโรคเก๊าท์แล้ว เมื่อกินปัสสาวะหรือสวนล้างลำไส้ด้วยปัสสาวะ หรือใช้น้ำปัสสาวะไปสัมผัสบริเวณที่ปวดนั้นแล้วอาการปวดลดลง เหล่านี้คือลักษณะของพิษดับพิษ

ในน้ำปัสสาวะนั้นไม่ได้มีแค่กรดยูริกอย่างเดียว ยังมีเชื้อโรคอื่นๆทุกอย่างในตัวเรา สารหรือพลังงานจากโรคทุกอย่างในตัวเรา แต่อยู่ในระดับที่เจือจาง มันจะถูกขับออกมาทางปัสสาวะ    เพราะในเนื้อเยื้อของร่างกายเราจะมี เปอรอกซิโซม (Peroxisome)  ซึ่งทำหน้าที่สลายพิษกำจัดพิษต่างๆในเซลล์และเนื้อเยื่อของเรา

ด้วยกลไกของเปอรอกซิโซม ร่างกายจะกำจัดพิษออกมาอยู่แล้วก่อนที่จะดันออกมาทางปัสสาวะ พิษที่ออกมาจากปัสสาวะจึงเป็นพิษอ่อนๆ  พอเข้าไปในร่างกาย จึงเป็นวัคซีน ที่ทำให้ชีวิตผลิต พลังงานมากำจัดพิษ กำจัดโรค ดันพิษ ทุกตัวในร่างกายของเรา น้ำปัสสาวะจึงกลายเป็นวัคซีนชั้นยอดที่ช่วยลดโรคได้ทุกโรค งานวิจัยจึงได้ค้นพบว่า น้ำปัสสาวะช่วยลดโรคทุกโรคจึงปรากฏว่า การดื่ม การใช้น้ำปัสสาวะ ไม่ได้ทำให้อาการปวดเพิ่มขึ้น

เพราะฉะนั้น ยูริกที่อยู่ในน้ำปัสสาวะ จึงเป็นยูริกในระดับวัคซีน ที่ไม่มีอันตราย เป็นวัคซีนที่ทำให้เราแข็งแรง ที่กระตุ้นให้เกิดภูมิต้านทานขึ้น ชีวิตจึงเกิดภูมิต้านทาน สร้างร่างกายให้แข็งแรงด้วยการสู้พิษ สลายพฺษ ขับพิษ เซลล์จึงแข็งแรง จึงมีงานวิจัยพบว่า น้ำปัสสาวะช่วยลดโรคได้ทุกโรค  เพราะว่าเป็นการเอาพิษอ่อนในร่างกายเรา เชื้อโรคทุกโรค ถูกกำจัดให้เป็นพิษอ่อนๆแล้วออกมาทางปัสสาวะ  พอออกมาทางปัสสาวะ น้ำปัสสาวะที่เราดื่มเข้าไป จึงกลายเป็นวัคซีน กลายเป็นการเพิ่มภูมิต้านทาน ที่สร้างเซลล์ให้แข็งแรงขึ้น

การใช้น้ำปัสสาวะ เป็นการอธิบายด้วยหลัก เหตุและผล เหตุคือ การดื่มน้ำปัสสาวะ การใส่น้ำปัสสาวะเข้าไปในร่างกายแล้ว ผลคือ โรคลดลง หายโรค  นี่เป็นการอธิบายกลไกของเหตุและผล

ในขณะที่กรดยูริกในหน่อไม้ ในไก่ ในเป็ด ในหมู หรือสัตว์ใหญ่ต่างๆ นั้นเยอะ เมื่อกินเข้าไปแล้วทำให้ปวดตามข้อ ปวดตามร่างกายต่างๆ กรดยูริกเหล่านี้ ทำให้ปวดและทรมานตามร่างกาย

ที่สำคัญคือ ถ้าเราชิงชัง รังเกียจ  อะไรมาก ให้เรากินตัวนั้นเลย รับรองเลยว่าเป็นยาที่แรงที่สุด มีประสิทธิภาพสูงจริง เพราะจะได้ล้างความชัง ล้างอัตตา ล้างกิเลสตัวชัง เมื่อใดที่เรากินตัวที่เราชังที่สุดได้ เราจะกินตัวใดก็ได้ เพราะจะมีประสิทธิภาพพอๆกัน

 

โรคต้อลม กับการใช้น้ำปัสสาวะหยอดตา – หมายขวัญพุทธ สุขโสด

หมายขวัญพุทธ สุขโสด จิตอาสาแพทย์วิถีธรรม

อดีตเป็นไกด์รัสเซีย รู้จักแพทย์วิถีธรรมตั้งแต่ปี 2554 และตัดสินใจมาเข้าค่ายสุขภาพที่ จ.กาญจนบุรี

ไม่เคยรู้จักน้ำปัสสาวะมาก่อน แต่เชื่อมั่นในแนวพุทธศาสนา เชื่อมั่นในหมอเขียวและพระพุทธเจ้า ซึ่งได้ระบุในพระไตรปิฎก ว่า น้ำปัสสาวะเป็นยารักษาโรคที่ดีที่สุด ที่เราสามารถผลิตเองได้ เชื่อมั่นและไม่ลังเล เข้าห้องน้ำ ทำการทดสอบเลย พบว่ารักษาโรคได้เยอะมาก ตั้งแต่หัวจรดเท้า

เคยมีอาการเป็นต้อลม จะมีอาการเมื่อโดนแดด ฝน ฝุ่นผงเลยก็ใช้น้ำปัสสาวะหยอดตา ปรากฏว่า ตาใส และเคยเกิดอุบัติเหตุ โดนเหล็กทิ่มที่นิ้วเท้า ไม่ได้ไปโรงพยาบาล และใช้น้ำปัสสาวะแช่แผลสดตลอดจนกระทั้งแผลหาย ปิดสนิท

น้ำปัสสาวะสามารถใช้ได้ทั้งแบบทานสดและหมักได้ ยิ่งหมักไว้ยิ่งดีมากแต่มันจะแสบ การหมักมี 2 แบบคือ หมักไว้เฉยๆและการหมักแบบใส่เปลือกมังคุดในโหลดองไว้ 15 วัน มีรสชาติกลมกล่อม ยิ่งหมักนาน ยิ่งมีค่าเป็นด่าง หลัง 15 วันก็สามารถนำไปใช้ได้เลย เมื่อเวลาปวดฟัน เจ็บฟัน ก็สามารถนำน้ำปัสสาวะมาบ้วนปากและหาย

ประโยชน์ของน้ำปัสสาวะคือ เราผลิตเอง ไม่ต้องไปขอใคร เป็นยาที่ติดตัวเรา เคยให้น้ำปัสสาวะของตนเองแก่ผู้ป่วยที่เป็นโรคไต มีภาวะฉุกเฉิน มีเลือดในลำไส้ออก อาเจียนเป็นเลือด เลยให้เขากินน้ำปัสสาวะผสมใบสาบเสือและน้ำคลอโรฟิลด์ (น้ำสมุนไพรฤทธิ์เย็น) ปรากฏว่าแค่ 15 นาที อาเจียนออกมา ไม่มีเลือดเลย ส่วนตัว นิยมกินแบบสด ตั้งแต่ตื่นนอนตอนเช้าก็จะทานน้ำปัสสาวะเลยวันละแก้ว น้ำปัสสาวะจะใส เหลืองอ่อนๆ คล้ายน้ำมะพร้าว แต่วันไหนกินอาหารรสจัด น้ำปัสสาวะก็จะเค็ม ตามอาหารที่เราทาน ก็จะระมัดระวัง วันไหนทานอาหารรสจัดก็จะไม่เอามาทาหน้า เดี๋ยวจะเป็นสิว ทุกวันนี้ร่างกายแข็งแรง อายุ 50 แล้ว แม้ว่าจะน้ำหนักลดไป 10 กิโลแต่ก็แข็งแรง สามารถทานน้ำปัสสาวะแทนข้าวได้เลย ถ้าช่วงที่ไม่สบายมากๆ จะทำน้ำปัสสาวะนาโน ซึ่งมีพลังสูงมาก แต่ต้องระวังเพราะมีประสิทธิภาพสูงในการกระทุ้งโรคแรง แต่หากไม่จำเป็น ก็ใช้น้ำปัสสาวะสดดีกว่า ควรปรับอาหาร ดื่มน้ำปรับสมดุล ออกกำลังกายจะช่วยขับพิษในร่างกายได้ดี ตอนนี้การใช้น้ำปัสสาวะทั่วโลกยอมรับแล้ว เป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่อยู่ในตัวเราและเราผลิตเองได้ เราพึ่งตนเองได้ ประหยัดเราไม่ต้องไปหาหมอ

 

อาการคันตา แสบจมูก เจ็บคอ กับการใช้น้ำปัสสาวะรักษาโรคภูมิแพ้ – เครือแก้ว คุณะวัฒนา

อาการคันตา แสบจมูกผลจากภูมิแพ้ของพี่แก้ว เครือแก้ว คุณะวัฒนา อายุ 51 ปี จิตอาสาแพทย์วิถีธรรม สังกัดสวนป่านาบุญ3 กับการใช้น้ำปัสสาวะ

เครือแก้ว คุณะวัฒนา อดีตเป็นพนักงานการเงิน เคยป่วยเป็นภูมิแพ้ เกือบ 20 ปี มีอาการคันตา แสบจมูก เจ็บคอ ได้ทดลองใช้น้ำปัสสาวะหยอดตาและล้างจมูก สามารถหายได้อย่างปาฎิหาริย์ แทนการทานยาเคมีจากคลีนิคและโรงพยาบาล


พอได้มาเข้าค่ายสุขภาพ แพทย์วิถีธรรม ธันวาคมปี2552 ได้รับข้อมูล การใช้น้ำปัสสาวะในการบำบัดโรค

ปัจจุบันใช้น้ำปัสสาวะในชีวิตประจำวันคือ หากมีอาการคันตา เคืองตา แสบจมูก คันจมูก เจ็บคอ จะใช้น้ำปัสสาวะการหยอดล้างตา หู, ล้างจมูกโดยใช้ไซริงค์, ดื่มรับประทาน, นำไปดีท็อกซ์สวนล้างสำไส้ใหญ่, อาบน้ำแทนการใช้สบู่

เคยเจ็บป่วย มีไข้ขึ้นสูง รักษาอาการฉุกเฉินได้ด้วยการใช้น้ำปัสสาวะ ผสมน้ำสมุนไพรฤทธิ์เย็นและเหยาะน้ำมันเขียว ใส่ผงถ่านเล็กน้อย

ตลอดระยะเวลา 7-8 ปี ที่ผ่านมา ไม่เคยใช้ยา และสามารถพึ่งตนเองได้มากขึ้น รวมทั้งทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพตนเองอีกด้วย

มหัศจรรย์น้ำปัสสาวะ

มหัศจรรย์น้ำปัสสาวะ

มหัศจรรย์น้ำปัสสาวะ

มหัศจรรย์น้ำปัสสาวะ ยาดีที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้ การใช้ผงถ่าน และยาฝาดบำบัดโรค
สูตรยาเด็ด หมอเขียวโฮมีโอปาธี (น้ำปัสสาวะ)

บรรยายไว้ในกิจกรรมค่ายสุขภาพแพทย์วิถีธรรม 12-18 พฤษจิกายน 2554

 

ที่มา
DVD หมอเขียว (ดร.ใจเพชร กล้าจน)
ศูนย์เรียนรู้สุขภาพพึ่งตนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง สวนป่านาบุญ

ประโยชน์ของน้ำปัสสาวะ

การบรรยายเกี่ยวกับประโยชน์ของน้ำปัสสาวะ โดย ดร.ใจเพชร กล้าจน หรือ หมอเขียว  ณ โรงเรียนผู้นำ จังหวัดกาญจนบุรี วันที่ ๓ กันยายน ปี พ.ศ.๒๕๕๓

ประโยชน์น้ำปัสสาวะ ตอนที่ 1/7 โดย อ.หมอเขียว

ประโยชน์น้ำปัสสาวะ ตอนที่ 2/7 โดย อ.หมอเขียว

ประโยชน์น้ำปัสสาวะ ตอนที่ 3/7 โดย อ.หมอเขียว

ประโยชน์น้ำปัสสาวะ ตอนที่ 4/7 โดย อ.หมอเขียว

ประโยชน์น้ำปัสสาวะ ตอนที่ 5/7 โดย อ.หมอเขียว

ประโยชน์น้ำปัสสาวะ ตอนที่ 6/7 โดย อ.หมอเขียว

ประโยชน์น้ำปัสสาวะ ตอนที่ 7/7 โดย อ.หมอเขียว

เหตุที่น้ำปัสสาวะเป็นยา

%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%aa%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b0-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%a2

เหตุที่น้ำปัสสาวะเป็นยา

แท้จริงแล้วเขาเป็นยาอยู่สองอัน
เหตที่เขาเป็นยา มีสองอัน

หนึ่ง….
ตัวเขาเองมีสารและตัวพลังงานที่เป็นยา
นี่คือข้อที่หนึ่งนะ

ข้อที่สอง…
คนที่กล้ากินกล้าใช้น้ำปัสสาวะนั้น
คือคนที่กล้าทำลายความรังเกียจในน้ำปัสสาวะ

ความรังเกียจเขาเรียกว่า”อัตตา”
ความไม่ชอบความผลักเขา เรียกว่า”อัตตา”

ปกติตัวรังเกียจในน้ำปัสสาวะ
มันเป็นกิเลส มันเป็นมาร
มันจะดูดพลังเราไป

ไปเยี่ยว (ปัสสาวะ) ทุกวัน
ก็รังเกียจทุกวันนั่นแหละ
โดนเราหน่อยนึงก็ไม่ได้ โอ้ยโอ้ย..
รังเกียจทุกวันนั่นแหละ
รังเกียจไปหมดนั่นแหละ
พอรังเกียจเราก็เสียพลังแล้วนะ

พลังชีวิตเราต้องผลิตพลังงานให้ตัวรังเกียจ
ความรู้สึกรังเกียจมันเลี้ยงตัวเองไม่ได้
มันกินพลังจากเรา

รังเกียจยังเป็นทุกข์อยู่
ต้องไม่รังเกียจ

ดร.ใจเพชร กล้าจน (หมอเขียว)
วันที่ 23 พฤศจิกายน 2558

– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –

สารต่างๆ ในน้ำปัสสาวะ

โดยปกติคนจะกลั่นปัสสาวะออกมาประมาณ 750 – 1,500 ซีซี ต่อวัน ขึ้นอยู่กับว่าคนนั้นดื่มน้ำมากน้อยแค่ไหน คนที่กินของเผ็ดหรือทอดจะกระหายน้ำมากกว่าคนปกติ หรือในฤดูหนาวอากาศเย็นน้ำปัสสาวะจะมีมากกว่าฤดูร้อนอากาศร้อนเพราะไม่เสียเหงื่อทางผิวหนัง รสของปัสสาวะจะมีรสเค็มๆ ถ้าปัสสาวะเข้มจะมีรสขมนิดๆ ในน้ำปัสสาวะมีอะไรดี มาดูกัน

ดร.ฟารอน นักชีวเคมีได้วิจัยสารต่างๆ ในปัสสาวะพบว่า 95% เป็นน้ำ 2.5 % เป็นยูเรีย อีก 2.5% เป็นสารอื่นๆ ถ้าแยกส่วนประกอบที่เป็นมิลลิกรัมออกมาในน้ำปัสสาวะ 100 ซีซี(ลูกบาศก์เซนติมเตร)จะพบว่ามี

1. Urea Nitrogen ปริมาณ 682.00 มิลลิกรัม
2. Urea ปริมาณ 1,459.00 มิลลิกรัม เป็นสารขับปัสสาวะ สารต้านอักเสบ ต้านไวรัส แบคทีเรีย ผิวหนังอ่อนเยาว์ ช่วยกำจัดเชื้อแบคทีเรียในทางเดินอาหารขณะที่ดิ่มน้ำปัสสาวะเข้าไป
3. Creatinin Nitrogen ปริมาณ 36.00 มิลลิกรัม
4. Creatinin ปริมาณ 97.00 มิลลิกรัม
5. Uric acid nitrogen ปริมาณ 12.30 มิลลิกรัม
6. Uric acid ปริมาณ 36.90 มิลลิกรัม เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ต้านมะเร็ง
7. Amino nitrogen ปริมาณ 9.70 มิลลิกรัม
8. Ammonia nit. ปริมาณ 57 มิลลิกรัม
9. Sodium ปริมาณ 212.00 มิลลิกรัม
10. Potassium ปริมาณ 137.00 มิลลิกรัม
11. Calcium ปริมาณ 19.50 มิลลิกรัม
12. Magnesium ปริมาณ 11.30 มิลลิกรัม
13. Chloride ปริมาณ 314.00 มิลลิกรัม
14. Total sulphate ปริมาณ 91.00 มิลลิกรัม
15. Inorganic sulphate ปริมาณ 83.00 มิลลิกรัม
16. Inorganic phosphate ปริมาณ 127.00 มิลลิกรัม

นอกจากนี้ยังมีสารอื่นๆ อีก ซึ่งมีดังนี้
1. เอนไซม์ ได้แก่
1.1 Amylase(diastase)
1.2 Lactic dyhydrogenate(LDH)
1.3 Leucine amino-peptdase(LAP)
1.4 Urokinase เป็นสารละลายลิ่มเลือด รักษาเส้นเลือดอุดตัน
2. ฮอร์โมน ได้แก่
2.1 Catecholamines
2.2 17-Catosteroids
2.3 Hydroxysteroids
2.4 Erytropoietine สารกระตุ้นไขกระดูกให้สร้างเม็ดเลือดแดง
2.5 Adenylate cyclase ประสานการทำงานฮอรโมนหลายชนิดในร่างกาย โดยผ่านการทำงานของสาร cyclic AMP
2.6 Prostaglandin เป็นสารประจำถิ่นในเนื้อเยื่อหลายชนิด ควบคุมการอักเสบ การรับรู้ความปวด การจับตัวของลิ่มเลือด ช่วยการทำงานของมดลูก
3. ฮอรโมนเพศ ช่วยสร้างความกระชุ่มกระชวย ผิวพรรณดี ลดรอยย่นและความหย่อนยาน สร้างสุขภาพจิตที่ดี ลดคลอเรสเตอรอลในเลือด ป้องกันกระดูกผุ
4. อินซูลิน คนที่เป็นเบาหวานจะได้อินซูลินเข้าไปช่วยเสริมสร้างการเจริญอาหาร
5. Melatonin พบในปัสสาวะตอนเช้า สารนี้ช่วยให้จิตใจสงบ ลดความกระวนกระวาย หลับสบาย

แต่นักวิจัยยังเชื่อว่ายังมีสารอื่นอีกที่ยังไม่รู้จักอีกมาก จากการทดลองวิจัยของ น.พ.ธรรมาธิกรี รัฐมหาราษฎร์ ประเทศอินเดีย ได้ทดลองให้ผู้ป่วยดื่มน้ำปัสสาวะของตนเอง 200 คน ได้ข้อสรุปดังนี้
1. เซลล์ร่างกายสามารถรับออกซิเจนได้มากขึ้น อัตราการเผาผลาญในร่างกายสูงขึ้น
2. ช่วยให้ร่างกายช่วยสร้างเม็ดเลือดแดงมากขึ้นในผู้ป่วยทุกราย ปริมาณฮีโมโกลบินในเลือดสูงขึ้น

ที่มา: โดย น.พ.บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล

แนะนำข้อมูลเพิ่มเติม

  1. ประโยชน์น้ำปัสสาวะ ตอนที่ 1/7 โดย อ.หมอเขียว
  2. ประโยชน์น้ำปัสสาวะ ตอนที่ 2/7 โดย อ.หมอเขียว
  3. ประโยชน์น้ำปัสสาวะ ตอนที่ 3/7 โดย อ.หมอเขียว
  4. ประโยชน์น้ำปัสสาวะ ตอนที่ 4/7 โดย อ.หมอเขียว
  5. ประโยชน์น้ำปัสสาวะ ตอนที่ 5/7 โดย อ.หมอเขียว
  6. ประโยชน์น้ำปัสสาวะ ตอนที่ 6/7 โดย อ.หมอเขียว
  7. ประโยชน์น้ำปัสสาวะ ตอนที่ 7/7 โดย อ.หมอเขียว