การใช้น้ำปัสสาวะห้ามเลือด แก้ตาอักเสบ หายจากโรคเบาหวาน-วณิชชา จันทร์จรัสวัฒนา

คุณวณิชชา จันทร์จรัสวัฒนา อดีตเป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่องดื่มน้ำเมาและน้ำดื่ม รายใหญ่ในอำเภอมหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร อาชีพเสริมทำหวยออนไลน์ อดีตป่วยเป็นโรคเบาหวาน รักษาแผนปัจจุบันทายามาตลอด แต่ก็ไม่หาย เลยมาลองใช้การดูแลตัวเองแบบแพทย์วิถีธรรม (ดร.ใจเพชร กล้าจนหรือหมอเขียว)

หลังจากเข้าค่ายสุขภาพแพทย์วิถีธรรม คนรอบตัวๆ ก็ทานน้ำปัสสาวะกัน ก็ยังไม่แน่ใจ มีจิตอาสาหลายคนเล่าแชร์ประสบการณ์การใช้น้ำปัสสาวะและประสบความสำเร็จเกือบทุกโรค ทำให้มีความมั่นใจมากขึ้น จึงได้ตัดสินใจทดลองใช้น้ำปัสสาวะควบคู่ไปกับเทคนิค 9

ปัจจุบัน ใช้น้ำปัสสาวะไม่เคยขาด ไม่ว่าจะเป็นการดื่มน้ำปัสสาวะ หยอดหู หยอดตา ล้างหน้า ทุกวันนี้จะดื่มน้ำปัสสาวะในตอนเช้า วันละแก้วเต็มๆ ใช้ล้างหน้าทุกวัน โดยไม่ได้ล้างออกและแบ่งส่วนหนึ่งในการดีท็อกซ์ สวนล้างลำไส้ บางครั้งก็ใช้หมักผมด้วย

สิ่งที่ประทับใจจากการใช้น้ำปัสสาวะคือ การที่ตนเองหายจากการเป็นเบาหวาน ส่วนตัวรู้สึกว่า อาการจากการเป็นเบาหวานดีขึ้น วันไหนถ้าไม่ได้ดื่ม พลังชีวิตจะตก หลังจากที่ได้ใช้แนวทางนี้ ได้ทิ้งยาเคมี ยาหมอและไม่มีอาการเบาหวานมากวนอีก

พอผ่านไปประมาณปีกว่า เลยตัดสินใจลองวัดน้ำตาล จึงมีความมั่นใจในหลักการดูแลแบบแพทย์วิถีธรรมร่วมกับการใช้น้ำปัสสาวะมากขึ้น เพราะมันช่วยทำให้โรคเบาหวานหายได้

หลังจากนั้น ตัดสินใจเลิกอาชีพขายน้ำเมา มาขายผลิตภัณฑ์สุขภาพแทน ซึ่งก็ไม่ทุกข์ใจอะไร ค่ายสุขภาพตามหลักแพทย์วิถีธรรมของหมอเขียว นอกจากจะให้องค์ความรู้ในการดูแลสุขภาพแล้วยังให้ธรรมะอีกด้วย สอนให้เราลดกิเลสด้วย ซึ่งจากธรรมะของคุณหมอ ทำให้สามารถเลิกอาชีพนี้ได้โดยไม่ทุกข์เลย

ส่วนประสบการณ์การใช้น้ำปัสสาวะในชีวิตประจำวันนั้น เคยเป็นตาอักเสบ มีอาการตาแดง ก็ใช้ศาสตร์แพทย์วิถีธรรม ใช้น้ำสกัดย่านางหยอดตา ผ่านไป 2 วันมันก็ดีขึ้น แต่ยังไม่หาย ก็ได้ใช้น้ำปัสสาวะ โดยการกระพริบตาในน้ำปัสสาวะ โดยจะทำทุกครั้งที่ปัสสาวะออกมา (ถ้ามีอาการจะใช้ทุกครั้ง) ปรากฏว่าอาการเคืองใต้เปลือกตาหายไปทันที ตาหายแดงทั้งสองข้าง จึงได้พบความมหัศจรรย์ของน้ำปัสสาวะ

ประสบการณ์อีกอันคือ เคยโดนมีดบาดเป็นแผลลึก ได้ใช้นิ้วนั้น แช่น้ำปัสสาวะ ปรากฏว่าเลือดหยุดและแผลปิดดี หรือแม้แต่ อาการปวดชายโครง เป็นๆหายๆตลอด ได้ดื่มน้ำปัสสาวะและดื่มทุกครั้งที่ปัสสาวะออกมา จนกระทั้งอาการปวดหายไป

สุดท้ายอยากจะฝาก เทคนิคในการดื่มน้ำปัสสาวะได้ง่ายคือ ดื่มน้ำเยอะๆ และทานอาหารที่มีรสจืด น้ำปัสสาวะนั้นสามารถใช้ได้ทุกเพศทุกวัย เป็นยาในร่างกายเรา แม้ว่าน้ำปัสสาวะนั้นจะมีพิษ แต่ก็เป็นพิษอ่อนๆ เหมือนเซรุ่ม ช่วยเพิ่มภูมิต้านทานในร่างกายเรา

สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.urinetherapywisdom.org/เฟสบุ๊ค : มหัศจรรย์น้ำปัสสาวะ ยาดีที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้

ยาอเนกประสงค์ ดื่มเสริมพลัง ใช้ตรวจสุขภาพตัวเองทุกวัน – มงคลวัฒน์ รัตนชล

อดีตเคยป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง หมอนรองกระดูก ปวดเอว ต่อมน้ำลายโต เมื่อปี 2552 ได้มีโอกาสมาเข้าค่ายสุขภาพแพทย์วิถีธรรม ที่สถาบันโรงเรียนผู้นำ จ.กาญจนบุรี และหลังจากนั้นคุณมงคลวัฒน์ รัตนชลหรือพี่ยักษ์ ได้นำธรรมะของอาจารย์หมอเขียว (ดร.ใจเพชร กล้าจน) ไปปฏิบัติ  นับตั้งแต่ใช้การดูแลตนเองแบบแพทย์วิถีธรรม ก็ไม่ต้องไปหาหมอ ทานยาความดันอีกเลย ทำให้สามารถดูแลตนเองได้ และเริ่มมาเป็นจิตอาสาแพทย์วิถีธรรมเป็นต้นมา

 

 

คิดว่า น้ำปัสสาวะ ถือเป็นยาขนาดเอก หาได้ง่ายสามารถพกติดตัวได้ ประโยชน์คือ 1) เวลาเจ็บป่วยไม่ว่าจะเป็นอาการอะไร จะดื่มน้ำปัสสาวะตลอดและจะหายได้เร็ว  2) ช่วงที่เหนื่อย อ่อนเพลีย จะดื่มเพื่อเสริมพลัง เหมือน M100, M200, M500 ดื่มแล้วจะแข็งแรงขึ้น 3) ใช้ดีท็อกซ์ สวนล้างลำไส้ใหญ่ เพื่อถอนพิษร้อนออกจากร่างกาย 4) ใช้ทาในกรณีมีผื่นแพ้5) ใช้บ้วนปาก สระผม พูดง่ายๆ ก็คือ น้ำปัสสาวะเป็นยาอเนกประสงค์ ประจำตัว สามารถพกพาไปไหนก็ได้ ดื่มน้ำปัสสาวะทุกวัน ตอนเช้า ดื่มเพื่อตรวจร่างกายตนเอง เพราะน้ำปัสสาวะเป็นตัวชี้วัดว่าเราทานอาหารถูกไหม ถ้าเราทานอาหารถูก อาหารที่มีรสจืด น้ำปัสสาวะจะมีรสชาติไปทางจืดและหอมเหมือนชา แต่ถ้าเกิดเราไปทานอาหาร ไม่ถูกหรืออาหารรสจัด ก็จะออกเค็ม แสดงว่าเราทานเกลือเยอะไป ไตอาจจะทำงานหนัก หรือถ้าออกมาขม แสดงว่าบางช่วงเราพักผ่อนน้อยเกินไป หัวใจทำงานหนัก บางช่วงก็มีรสเปรี้ยว แสดงว่าเราทานอาหารที่มีสารพิษ ตับทำงานมากขึ้น แต่ส่วนตัวไม่ค่อยเจอะรสหวาน ซึ่งรสหวาน จะเป็นกับคนที่เป็นเบาหวาน ส่วนรสฝาด จะเจอะในช่วงที่ทำงานหนัก กล้ามเนื้อทำงานหนัก พักผ่อนน้อย

คนทั่วไปอาจจะไม่เข้าใจว่า น้ำปัสสาวะ เป็นยาที่มีประสิทธิภาพในการรักษาที่ดีที่สุด ปกติถ้าเจ็บป่วยจะดื่มน้ำปัสสาวะทั้งวัน จนกว่าจะหายป่วย

แรงจูงใจในการใช้น้ำปัสสาวะ ได้ฟังอาจารย์หมอเขียว และพระพุทธเจ้าก็ได้ตรัสไว้ว่า น้ำปัสสาวะเป็นยา ซึ่งอดีตก็เคยได้ทดลองดื่มน้ำปัสสาวะ ตอนบวชเรียน แต่ตอนนั้น เป็นการดื่มเพื่อล้างอัสสาทะธาตุ ล้างความชิงชังรังเกียจ ดื่มโดยไม่รู้ ก็พอดื่มได้ แต่ในอดีต ยังทานเนื้อสัตว์อยู่ น้ำปัสสาวะจึงยังมีกลิ่นคาว มีรสจัด ซึ่งก็จะทานยากหน่อย แต่น้ำปัสสาวะก็เป็นยา แม้ว่าจะมีรสชาติย่างไรก็ตาม โดยส่วนตัว ทั้งในค่ายและที่บ้าน อาหารก็จะเหมือนกัน ไม่มีความแตกต่าง ยกเว้นบางช่วงที่มีงานเลี้ยงแล้วหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ก็ต้องไปกินอาหารรสจัด รสชาติน้ำปัสสาวะก็จะเข้มข้นขึ้น เป็นรสชาติที่บอกไม่ถูก รสชาติที่ไม่พึงประสงค์ จะทานยากนิดหน่อย

ความเชื่อในประสิทธิภาพ มีความเชื่อมั่น 100% ว่าน้ำปัสสาวะเป็นสิ่งที่เหมาะกับเราที่สุด เหมาะกับทุกโรคและเป็นเครื่องมือในการตรวจสุขภาพตัวเราเองด้วย เหมือนตรวจสุขภาพประจำวันทุกวัน

Urine Nano (น้ำปัสสาวะนาโน) เคยใช้อยู่เหมือนกัน จะใช้ในช่วงที่ถอนพิษหนักๆ ทั้งดื่ม ดีท็อกซ์ และอาบ จะใช้ในช่วงที่ไม่สบายหรือช่วงที่น้ำปัสสสาวะปกติเอาไม่อยู่ โดยใช้น้ำปัสสาวะ 5-10 ซีซี ผสมน้ำสะอาด 100 ซีซี ใส่ขวดน้ำแล้วเคาะประมาณ 30-100 ครั้ง แล้วนำน้ำที่ได้จากการเคาะนั้น ปริมาณเท่าเดิมคือ 5-10 ซีซีผสมน้ำสะอาดใหม่อีก 100 ซีซี ทำการเคาะอีก ทำแบบนี้จนถึง ครั้งที่ 8-12 แล้วนำมาใช้(ดื่ม)  ให้ใช้วันต่อวัน ทำใหม่ทุกวัน ส่วนที่เราไม่ได้ใช้ในขวดที่ 1-9 ก็นำมาผสมน้ำสะอาดนำไปดีท็อกซ์ คนในครอบครัว ลูกชายก็ใช้แก้ปวดฟัน พอรู้ว่าเป็นยาก็ได้เก็บสะสมไว้ ที่บ้านมีน้ำปัสสาวะเก็บไว้ มีตั้งแต่แบบ 1 ปี ถึง 7ปี เคยอ่านงานวิจัยคล้ายๆสารคดี มีผู้หญิงคนจีนเก็บน้ำปัสสาวะไว้ 7 ปี ช่วงแผ่นดินไหว ยังห่วงขวดน้ำปัสสาวะ ได้เอาไปซ่อนกลัวจะแตก  วันหนึ่งลูกชายประสบอุบัติเหตุไปตกในน้ำร้อน หญิงชาวจีนก็นำน้ำปัสสาวะชุบผ้าห่มมาห่มตัวลูกซึ่งปรากฏว่าลูกเขารอด แผลไม่ลึก

อยากจะฝาก น้ำปัสสาวะนั้น แนะนำให้ดื่มเพื่อตรวจสุขภาพตนเอง ดื่มน้ำปัสสาวะเป็นยา เพื่อกระตุ้นการทำงานของร่างกาย ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง เป็นวัคซีนประจำตัว เป็นยารักษาอีกด้วย

การใช้น้ำปัสสาวะแก้ผื่นคัน แปรงฟัน สระผม ดีท็อกซ์ – ทิวากร ชุมจืด

การใช้น้ำปัสสาวะในชีวิตประจำวัน ใช้แปรงฟัน สระผม ทาตัวและใช้ดีท็อกซ์สวนล้างลำไส้
คุณทิวากร ชุมจืด มาจากจังหวัดตรังเป็น จิตอาสาแพทย์วิถีธรรม สังกัดสวนป่านาบุญ2 อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ได้เริ่มรู้จักแพทย์วิถีธรรมตั้งแต่ปี 2556 ในเรื่องน้ำปัสสาวะนั้นเคยได้ยินมาก่อนจากการบวชเรียนว่าน้ำปัสสาวะเป็นยา  เชื่อในสิ่งที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ มูตร คูต เน่า น้ำปัสสาวะเป็นยารักษาโรค แต่ตอนนั้นยังไม่รู้ว่ามันมีประโยชน์อย่างไร เลยยังไม่ได้ทดลองใช้

ต่อมาหลังจากในค่ายสุขภาพฯ ได้พบอาจารย์ หมอเขียว (ดร.ใจเพชร กล้าจน) และทีมงานจิตอาสาแพทย์วิถีธรรม ได้พูดถึงประโยชน์ของน้ำปัสสาวะ และได้มีการแชร์ประสบการณ์การใช้น้ำปัสสาวะในวงเสวนา ทำให้รู้ว่า เมื่อมีคนพาทำและใช้ได้ผลดี ซึ่งอะไรที่ดีและมีแนวโน้มว่าดีมากกว่าเสีย ได้ประโยชน์ พิจารณาแล้วเห็นว่ามีประโยชน์ จึงตัดสินใจทดสอบใช้ในการดีท็อกซ์สวนล้างลำไส้ รู้สึกว่าร่างกายแข็งแรงขึ้น ไม่ค่อยมีอาการเจ็บป่วย แต่โดยส่วนตัวใช้น้ำปัสสาวะร่วมกับการใช้ศาสตร์แพทย์วิถีธรรมคือการปรับสมดุลร่างกายด้วยเทคนิค 9 ข้อ

อีกประสบการณ์การใช้น้ำปัสสาวะกับแผลสด น้ำปัสสาวะจะช่วยทำให้แผลปิดเร็ว หายเร็ว ส่วนแผลผื่นคัน ส่วนตัวเคยเป็นแผลผื่นคันที่คอ ซึ่งเกิดจากสภาวะร้อนเกิน มีบวมและคันบริเวณนั้น ก็ได้ทดลองใช้น้ำมันเขียว ก็ดีขึ้น แต่ยังไม่หายสนิท เลยทดลองใช้ปัสสาวะ ผลปรากฏว่า แผลไม่คัน ยุบลงและดีขึ้น

ปัจจุบัน ใช้น้ำปัสสาวะ ในการอาบ ทา เช็ด ถู หยอดหู หยอดตาและกิน เป็นประจำ เนื่องจากดูกิจวัตรของอาจารย์หมอ (ดร.ใจเพชร กล้าจน) ถ้ามีคำถามก็จะถามท่าน ครั้งหนึ่งที่บ้านราช (บวรสถานราชธานีอโศก จังหวัดอุบลราชธานี) ช่วงมีงานประจำปี น้ำขาดแคลน อาจารย์หมอก็ใช้น้ำปัสสาวะร่วมกับผงถ่านในการแปรงฟัน ส่วนการหยอดหู หยอดตา ก็เห็นอาจารย์ใช้ ก็ได้ทดลองใช้ก็รู้ว่ามันดีขึ้น จริง มันช่วยปรับสมดุลจากอาการร้อนเกินของเราได้จริง

เคยไปค่ายสุขภาพฯที่ จังหวัดอุดรธานี มีการเสวนาเรื่องน้ำปัสสาวะ ข้อมูลที่ได้นั้นเยอะมาก มีผู้ที่ทดลองใช้แล้วผลชัดเจน มีข้อมูลแลกเปลี่ยนเยอะ ตัวอย่าง มีผู้มาแชร์ประสบการณ์ว่าลูกสาวเป็นมะเร็งและตนเองได้แอบใส่น้ำปัสสาวะให้ลูกสาวทาน หลังจากไปตรวจพบว่าค่ามะเร็งลดลง, บางคนนำน้ำปัสสาวะไปใส่ผม ปรากฏผมดีขึ้น จึงคิดว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่มีประโยชน์ โดยส่วนตัวก็ได้ศึกษาด้วยว่าในน้ำปัสสาวะมีสารอะไรบ้าง ต้องการรู้ให้จริงว่ามันมีประโยชน์และโทษอย่างไร แล้วจึงทดสอบด้วยตัวเอง ปรากฏพบว่าน้ำปัสสาวะเป็นสิ่งที่หาได้ง่าย จากตัวเราและมันเหมาะกับตัวเราและช่วยแก้อาการและรักษาอาการต่างๆ โดยส่วนตัวไม่มีโรคประจำตัว มีแต่อาการปวดเมื่อยต่างๆ

เริ่มใช้จริงๆตั้งแต่ปลายปี2556 นับตั้งแต่ฟังอาจารย์หมอพูดถึงประโยชน์   “น้ำปัสสาวะเป็นยา หาได้ง่าย และไม่มีโทษ” ก็ตัดสินใจใช้นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โดยเริ่มต้นการใช้ในช่วงเช้า ล้างหน้า ล้างตา เช็ดหน้า เช็ดตัว หยอดหู หยอดตาตั้งแต่เช้ามาใช้ทุกวัน ใช้สระผมเป็นหลัก เพราะไม่ใช้สบู่ ยาสีฟันก็ใช้ผงถ่าน ยิ่งใช้ก็เห็นประโยชน์จริงๆ รวมทั้งเห็นประโยชน์ใช้เชิงเศรษฐกิจ ซึ่งสามารถช่วยลดรายจ่ายภายในบ้านได้