การใช้น้ำปัสสาวะห้ามเลือด แก้ตาอักเสบ หายจากโรคเบาหวาน-วณิชชา จันทร์จรัสวัฒนา

คุณวณิชชา จันทร์จรัสวัฒนา อดีตเป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่องดื่มน้ำเมาและน้ำดื่ม รายใหญ่ในอำเภอมหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร อาชีพเสริมทำหวยออนไลน์ อดีตป่วยเป็นโรคเบาหวาน รักษาแผนปัจจุบันทายามาตลอด แต่ก็ไม่หาย เลยมาลองใช้การดูแลตัวเองแบบแพทย์วิถีธรรม (ดร.ใจเพชร กล้าจนหรือหมอเขียว)

หลังจากเข้าค่ายสุขภาพแพทย์วิถีธรรม คนรอบตัวๆ ก็ทานน้ำปัสสาวะกัน ก็ยังไม่แน่ใจ มีจิตอาสาหลายคนเล่าแชร์ประสบการณ์การใช้น้ำปัสสาวะและประสบความสำเร็จเกือบทุกโรค ทำให้มีความมั่นใจมากขึ้น จึงได้ตัดสินใจทดลองใช้น้ำปัสสาวะควบคู่ไปกับเทคนิค 9

ปัจจุบัน ใช้น้ำปัสสาวะไม่เคยขาด ไม่ว่าจะเป็นการดื่มน้ำปัสสาวะ หยอดหู หยอดตา ล้างหน้า ทุกวันนี้จะดื่มน้ำปัสสาวะในตอนเช้า วันละแก้วเต็มๆ ใช้ล้างหน้าทุกวัน โดยไม่ได้ล้างออกและแบ่งส่วนหนึ่งในการดีท็อกซ์ สวนล้างลำไส้ บางครั้งก็ใช้หมักผมด้วย

สิ่งที่ประทับใจจากการใช้น้ำปัสสาวะคือ การที่ตนเองหายจากการเป็นเบาหวาน ส่วนตัวรู้สึกว่า อาการจากการเป็นเบาหวานดีขึ้น วันไหนถ้าไม่ได้ดื่ม พลังชีวิตจะตก หลังจากที่ได้ใช้แนวทางนี้ ได้ทิ้งยาเคมี ยาหมอและไม่มีอาการเบาหวานมากวนอีก

พอผ่านไปประมาณปีกว่า เลยตัดสินใจลองวัดน้ำตาล จึงมีความมั่นใจในหลักการดูแลแบบแพทย์วิถีธรรมร่วมกับการใช้น้ำปัสสาวะมากขึ้น เพราะมันช่วยทำให้โรคเบาหวานหายได้

หลังจากนั้น ตัดสินใจเลิกอาชีพขายน้ำเมา มาขายผลิตภัณฑ์สุขภาพแทน ซึ่งก็ไม่ทุกข์ใจอะไร ค่ายสุขภาพตามหลักแพทย์วิถีธรรมของหมอเขียว นอกจากจะให้องค์ความรู้ในการดูแลสุขภาพแล้วยังให้ธรรมะอีกด้วย สอนให้เราลดกิเลสด้วย ซึ่งจากธรรมะของคุณหมอ ทำให้สามารถเลิกอาชีพนี้ได้โดยไม่ทุกข์เลย

ส่วนประสบการณ์การใช้น้ำปัสสาวะในชีวิตประจำวันนั้น เคยเป็นตาอักเสบ มีอาการตาแดง ก็ใช้ศาสตร์แพทย์วิถีธรรม ใช้น้ำสกัดย่านางหยอดตา ผ่านไป 2 วันมันก็ดีขึ้น แต่ยังไม่หาย ก็ได้ใช้น้ำปัสสาวะ โดยการกระพริบตาในน้ำปัสสาวะ โดยจะทำทุกครั้งที่ปัสสาวะออกมา (ถ้ามีอาการจะใช้ทุกครั้ง) ปรากฏว่าอาการเคืองใต้เปลือกตาหายไปทันที ตาหายแดงทั้งสองข้าง จึงได้พบความมหัศจรรย์ของน้ำปัสสาวะ

ประสบการณ์อีกอันคือ เคยโดนมีดบาดเป็นแผลลึก ได้ใช้นิ้วนั้น แช่น้ำปัสสาวะ ปรากฏว่าเลือดหยุดและแผลปิดดี หรือแม้แต่ อาการปวดชายโครง เป็นๆหายๆตลอด ได้ดื่มน้ำปัสสาวะและดื่มทุกครั้งที่ปัสสาวะออกมา จนกระทั้งอาการปวดหายไป

สุดท้ายอยากจะฝาก เทคนิคในการดื่มน้ำปัสสาวะได้ง่ายคือ ดื่มน้ำเยอะๆ และทานอาหารที่มีรสจืด น้ำปัสสาวะนั้นสามารถใช้ได้ทุกเพศทุกวัย เป็นยาในร่างกายเรา แม้ว่าน้ำปัสสาวะนั้นจะมีพิษ แต่ก็เป็นพิษอ่อนๆ เหมือนเซรุ่ม ช่วยเพิ่มภูมิต้านทานในร่างกายเรา

สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.urinetherapywisdom.org/เฟสบุ๊ค : มหัศจรรย์น้ำปัสสาวะ ยาดีที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้

ใช้ล้างแผล แช่แผลและฉีดสเปรย์-จันดา ศาสตราชัย

คุณจันดา ศาสตราชัย เกษตรกร ที่ทำเกษตรอินทรีย์ จังหวัดอำนาจเจริญ
ได้รู้จักแพทย์วิถีธรรมจากการพาพ่อซึ่งป่วยเป็นมะเร็งลำไส้ ไปเข้าค่ายสุขภาพฯตามคำแนะนำของหมอเขียว (ดร.ใจเพชร กล้าจน) เมื่อปี 2550 ทำให้ได้รู้จักการใช้น้ำปัสสาวะจากค่ายสุขภาพครั้งนี้ และได้นำมาปฏิบัติต่อที่บ้าน โดยใช้หยอดหู หยอดตาและดื่มน้ำปัสสาวะเวลาที่มีอาการเจ็บคอ

จนกระทั้งประมาณปี 2558 ตนเองประสบอุบัติเหตุรถกะบะ เหยียบเท้า เท้าถูไปกับคอนกรีต ทำให้เนื้อบริเวณเท้า เป็นแผลฉีกขาด เป็นหลุมลึก 3 หลุม ได้รับคำแนะนำจากจิตอาสาแพทย์วิถีธรรมให้ใช้น้ำปัสสาวะในการรักษาแผลสด

เนื่องจากเป็นแผลสด ทำให้ต้องเดินทางไปที่อนามัย เพื่อล้างแผลเช้าและเย็น หลังจากไปล้างแผลที่อนามัย 3-4 วันเลยตัดสินใจใช้น้ำปัสสาวะและล้างแผลเองที่บ้าน
โดยใช้วิธีกางมุ้งนอนเพื่อกันแมลงวันและใช้น้ำปัสสาวะล้างแผล แช่แผล และฉีดสเปรย์บ่อยๆ รวมทั้งดื่มน้ำปัสสาวะด้วย ปรากฏว่า ประมาณ 3 วัน เนื้อตื้นเต็มขึ้นและประมาณ 1 เดือนกับอีก 20 วันก็เริ่มหัดเดิน ยิ่งทำให้มั่นใจในประสิทธิภาพของน้ำปัสสาวะในการรักษาแผลสด

น้ำปัสสาวะล้างจมูก รักษาโรคภูมิแพ้-ภัคธร คุ้มกิตติพร

คุณภัคธร คุ้มกิตติพร จิตอาสาแพทย์วิถีธรรม ภาคกลาง

อดีตมีอาการหลอดเลือดหัวใจตีบ 7 เส้น เป็นโรคภูมิแพ้ตั้งแต่เด็ก ได้มีโอกาสมาเข้าค่ายสุขภาพแพทย์วิถีธรรม ได้เจอพี่น้องจิตอาสาแพทย์วิถีธรรม ที่ได้เริ่มแนะนำการใช้น้ำปัสสาวะ จึงตัดสินใจใช้ในวันที่ 3ของค่าย โดยทดลองสูดน้ำปัสสาวะเข้าทางจมูกแบบดมยานัตถ์ุ หลังจากวันนั้น ก็ไม่ต้องทานยาแก้โรคภูมิแพ้อีกเลย

จนกระทั่งปัจจุบัน ก็ยังคงใช้น้ำปัสสาวะล้างจมูกแทบจะทุกวัน เพราะมีความมั่นใจในน้ำปัสสาวะ และได้เรียนรู้จากพี่น้องจิตอาสาหลายท่านว่า ในน้ำปัสสาวะนั้นมีสารต้านแก้อักเสบ                    มีประสบการณ์ลูกชายเกิดอุบัติเหตุ ตกจากรถกอล์ฟ มีบาดแผล จึงตัดสินใจใช้น้ำปัสสาวะทาที่บริเวณแผล  พอวันรุ่งขึ้น ลูกก็ไม่อาการเจ็บปวด ตึงเลย

นอกจากนี้ ยังได้ความรู้จากพี่น้องจิตอาสาและครูบาอาจารย์ (หมอเขียว) ว่าน้ำปัสสาวะเป็นยาและยังช่วยให้ร่างกายสร้างเม็ดเลือดขาว ช่วยสร้างภูมิต้านทาน ทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นจนปัจจุบัน โรคภูมิแพ้ได้หายไปจากชีวิตแล้ว ตั้งแต่ 14 วันแรกที่มาเริ่มปฏิบัติ จนปัจจุบันก็ไม่ได้เป็นโรคภูมิแพ้อีกเลย

มีประสบการณ์ลูกตัวร้อน น้ำปัสสาวะจะช่วยสร้างภูมิต้านทานโดยจะสร้างเม็ดเลือดขาวขึ้นมาสกัดเชื้อโรคอีก โดยปกติ อาการไข้ของลูกชาย ต้องใช้ระยะเวลา 3 วันถึงจะลดลง แต่พอใช้น้ำปัสสาวะ เพียงวันครึ่งก็สามารถหายเป็นปกติได้ นี่คือสิ่งมหัศจรรย์สำหรับผมและครอบครัว

และที่มั่นใจมากเพราะว่าทั้งชีวิตนั้นได้แต่ทานยาและไม่มีอะไรดีขึ้น พอทดลองใช้น้ำปัสสาวะอย่างเดียว ไม่ได้ใช้ยาอะไรเลย ผลก็คือโรคภูมิแพ้มันหายไป จึงมีความั่นใจมากขึ้น
ทุกวันนี 4 ปีแล้วใช้น้ำปัสสาวะอย่างเดียว แม้กระทั่งใช้แปรงฟัน รวมทั้งการใช้ทาที่ผิวหนังเพื่อกันยุง ได้ประมาณ 80% เมื่อทาน้ำปัสสาวะที่ขา ยังโดนยุงกัดน้อยกว่าที่ไม่ทาน้ำปัสสาวะ

ทุกวันนี้อาบน้ำออกมา ก็จะชะโลมตัวและยืนให้แห้ง ทุกวันนี้ไม่ได้ใช้โฟม ครีมล้างหน้า แต่ใช้น้ำปัสสาวะทาตัวแทน โดยไม่ได้ล้างออก ส่วนกลิ่นนั้น เราทานอาหารรสจืด แม้น้ำปัสสาวะจะโดนเสื้อผ้า จะยังไม่มีกลิ่นใดๆ

น้ำปัสสาวะฟังดูน่ารังเกียจ มันดูฉุน แต่จริงๆแล้ว พุทธองค์กล่าวไว้ว่าน้ำปัสสาวะเป็นเภสัช (ยา) มีในพระไตรปิฎก เพราะด้วยความศรัทธาในองค์พระพุทธเจ้า จึงตัดสินใจใช้น้ำปัสสาวะ ตามพระพุทธเจ้า

แผลสด มีดบาด อุบัติเหตุหัวไหล่หัก กระดูกสามารถประสานได้เร็วด้วยน้ำปัสสาวะ – สมพิศ พรพิสุทธิวรกุล

คุณสมพิศ พรพิสุทธิวรกุล อายุ 58 ปี 

จิตอาสาแพทย์วิถีธรรม ภาคกลาง

ผลจากการทำงานเป็นเจ้าหน้าที่การเงินและดูแลพื้นที่ให้เช่า บริษัทเอกชน คือมีภาวะความเครียดสะสม ภาวะวัยทอง โรคซึมเศร้าและโรคกระเพาะ คุณสมพิศจำเป็นต้องไปหาหมอทานยาอยู่หลายปี เสียค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ต่อมาได้มีพี่แนะนำให้ไปค่ายสุขภาพแพทย์วิถีธรรม (หมอเขียว) ที่อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร และได้มีโอกาสมาเข้าค่ายสุขภาพฯ ต้นปี 2553 เมื่อจบค่ายได้กลับมาดูแลตัวเองต่อที่บ้าน ได้ใช้ศาสตร์แพทย์วิถีธรรม (หมอเขียว) ร่วมกับศาสตร์อื่นๆในการดูแลสุขภาพตนเอง แต่สิ่งสำคัญที่ไม่เคยขาดคือการใช้น้ำปัสสาวะ

น้ำปัสสาวะเหมือนเป็นวัคซีน เพราะเชื่อมั่นในคำสอนของพระพุทธเจ้า จึงได้ใช้น้ำปัสสาวะ ไม่ว่าจะเป็นการดื่มน้ำปัสสาวะในตอนเช้าและเย็น และได้ใช้มาโดยตลอด ซึ่งอาจจะขาดไปบ้างบางช่วงเวลา นอกจากดื่มทั้งเช้าและเย็นแล้วยังใช้น้ำปัสสาวะในการทาหน้า เคยมีอุบัติเหตุมีดบาดนิ้ว ก็ใช้น้ำปัสสาวะในการแช่แผล เพียงไม่ถึง 5 นาทีก็สามารถทำให้เลือดหยุดได้ และมีอุบัติเหตุหัวไหล่หัก ก็ดื่มน้ำปัสสาวะ ร่วมกับน้ำย่านาง สมุนไพรฤทธิ์เย็นและใช้น้ำปัสสาวะทาบริเวณหัวไหล่ทุกวัน ประมาณ 3 อาทิตย์กลับไปหาหมออีกครั้ง พบว่ากระดูกประสานกันได้ดีและเร็วขึ้น เมื่อเทียบกับอายุขนาดนี้

รู้สึกประทับใจ ในการใช้หลักการดูแลแบบยา 9 เม็ด (หมอเขียว) ซึ่งน้ำปัสสาวะนั้นก็เป็นหนึ่งในยาเม็ดที่ 1 การรับประทานน้ำสมุนไพรที่ถูกกัน น้ำปัสสาวะก็ถือว่าเป็นน้ำสมุนไพรในตัวเราเอง

ปัจจุบันคุณสมพิศยังคงดื่มน้ำปัสสาวะตลอด และยังใช้ทาและอาบ ใข้ทาหน้า หยอดหูเพราะตอนนี้มีอาการมีเสียงในหู

เพราะเชื่อมั่นในคำสอนของพระพุทธเจ้า ใช้สิ่งเรียบง่ายใกล้ตัวหรือในตัว 

น้ำปัสสาวะทำให้แข็งแรงขึ้น 

ไทรอยด์เป็นพิษ ภูมิแพ้ ลมพิษ รักษาแผลสด น้ำปัสสาวะรักษาโรค – ดวงพร ช่วยคงมา

คุณดวงพร ช่วยคงมา อายุ 48 ปี อาชีพธุรกิจส่วนตัว
ก่อนจะรู้จักแพทย์วิถีธรรม ป่วยมาแล้ว 5 โรค เป็นไทรอยด์เป็นพิษ ความดัน ไมเกรน เครียด ภูมิแพ้
เป็นมาประมาณ 10 กว่าปี ปี2555 ได้รู้จักแพทย์วิถีธรรมทางยูทูป ตั้งใจปฏิบัติ ทำอย่างจริงจังใช้เวลาประมาณครึ่งปี จนกระทั้งโรคที่เป็นหายหมด คุณหมอได้ตรวจเลือด พบว่าค่าเลือดเป็นปกติ นอกจากโรคไทรอยด์ ก็เป็นโรคเครียดด้วย เป็น Panic เป็นโรคประสาท โรคจิต ก็ใช้ศาสตร์ของหมอเขียวทั้งเรื่องธรรมะและอาหารปรับสมดุลร่างกาย จนทุกวันนี้ ก้ไม่เคยป่วยหรือไปหาหมออีกเลย
ส่วนน้ำปัสสาวะ ครั้งแรกที่ที่ได้ยินว่า น้ำปัสสาวะเป็นยานั้น ก็ไม่เชื่อ เพราะว่า รับไม่ได้ จะให้ทำอะไรก็ทำได้หมด ทำทุกอย่าง ยกเว้นดื่มน้ำปัสสาวะ ทั้งที่อ่านหนังสือทั้งของอาจารย์ (ดร.หมอเขียว ใจเพชร กล้าจน) และของป้านิดดา (ป้านิดดา หงส์วิวัฒน์) แต่ก็ยังไม่เชื่อ จนกระทั้งได้ไปอบรมเรื่องการทำอาหารกับจิตอาสาท่านหนึ่ง ได้ยินจิตอาสาท่านหนึ่งบอกว่า “ถ้าบุญไม่เปิด จะไม่ได้ใช่” ตอนนัั้นมันคงยังไม่ถึงเวลาของเราที่จะได้ใช้
จนกระทั้งประมาณเดือนตุลาคม ปี 2556 ได้เดินทางไปต่างจังหวัด เพื่อไปดูแลแม่ที่ป่วย
โดยปกติ ตอนนั้นที่ทำยา 9 เม็ด ก็จะเป็นลมพิษประจำเลย ส่วนนี้ยังไม่หาย ยังเป็นอยู่ วันนั้นเหมือนบุญเปิด เพราะเป็นลมพิษทั้งตัวเลย วันนั้นไม่มีคาลาไมน์ ยาแก้แพ้ก็ไม่ได้เอาไป ต่างจังหวัดไม่มีที่ไปซื้อ ทรมานมาก เป็นลมพิษเป็นปื้นๆ จะทำอย่างไรดี มันทรมานก็เลยนึกได้ว่า น้ำปัสสาวะเราก็อ่านที่ว่า รักษาโน่นนี่ ลมพิษ เราก็นึกได้ ไม่มีอะไร เราก็ลองใช้ดูดีกว่า ก็ตัดสินใจเข้าห้องน้ำ ก็ปัสสาวะมาใส่แก้ว แขนที่เป็นลมพิษ กำลังร้อน วูบ ๆ เป็นปื้น ก็เอามาทาเลย พอทาไม่ถึง 5 นาที จากที่มันร้อนวาบๆ มันทรมานนะ ลมพิษปื้นใหญ่ที่แขน มันหายค่ะ เราก็บอก “มันดีขนาดนี้เชียวหรือนี่” ส่วนที่เหลือ ไม่ช้าเลย เข้าห้องน้ำ ดื่มเลยเพราะตอนนั้นก็ยังไม่งดทานเนื้อสัตว์ ยังทานรสจัดอยู่ ก็เลยผสมน้ำแล้วก็ดื่มตั้งแต่ตอนนั้น ปลายปี 2556 จนถึงทุกวันนี้

ที่น่ามหัศจรรย์คือ ลมพิษที่เคยเป็น ตั้งแต่ดื่มน้ำปัสสาวะ ไม่ขึ้นอีกเลย ไม่เป็นอีกเลย เพราะตัวเองเป็นภูมิแพ้ คันทั้งตัว ขอบเสื้อใน ขอบกางเกงใน แม้กระทั้งเวลาเป็นรอบเดือน ขอบผ้าอนามัย เป็นอะไรที่ทรมาน เป็น 10 ปี ตั้งแต่นั้นมา ไม่มีอาการแพ้อะไรเลย

น้ำปัสสาวะ ก็จะใช้ดื่มตอนเช้าทุกวันและทาหน้า เพราะว่าได้อ่านจากหนังสือน้ำปัสสาวะของอาจารย์บอกว่า น้ำปัสสาวะตอนเช้าหลังจากที่เราพักผ่อนเพียงพอ จะมีเมลาโทนิน ก็จะดื่มตอนเช้าและตอนเย็นด้วย แต่ใช้ทุกวัน ไปไหนก็จะใช้หมด ก็จะดื่ม 1 แก้วและที่เหลือจะทาหน้า ใช้แทนยากันแดดดีมาก หรือแม้กระทั้งเราทำงาน บางทีต้องแต่งหน้าบ้าง เราก็จะใช้น้ำปัสสาวะแทนโทนเนอร์ทาก่อน แล้วค่อยใส่รองพื้น ก่อนแต่งหน้าบ้าง ก็ใช้ดี ใช้ดีมาก ออกแดดหน้าไม่คล้ำ สมัยก่อนถ้ากลับต่างจังหวัด หน้าเราจะคล้ำ ดำและลอก หลังจากที่ใช้น้ำปัสสาวะ ไม่มีเลย ผิวเราก็ไม่ลอกด้วย

ทุกวันนี้ ไม่ได้ใช้เครื่องสำอางหรือครีมบำรุงอะไรทั้งสิ้น ใช้น้ำปัสสาวะนี้ทาผิว ผิวก็ไม่ดำ ไม่คล้ำ ปัจจุบันใช้น้ำปัสสาวะทุกวัน ไม่มีวันหยุด ถ้าวันไหนทานอาหารรสจัดหน่อย ก็จะผสมน้ำ ในช่วงเดินทาง ก็ไม่มีปัญหา ก็จะหาแก้วหรืออะไร มีขวดน้ำ ก็ตัดขวดน้ำแล้วก็รอง และดื่มได้ทุกทีทุกเวลา

เชื่อว่าน้ำปัสสาวะมีฮอร์โมนที่ทำให้เราดูหนุ่มสาวขึ้น เป็นเหมือนยาอายุวัฒนะ ตั้งแต่ใช้น้ำปัสสาวะ ชีวิตรู้สึกโล่ง โปร่ง มันไม่ต้องมีอะไรยุ่งยากเลย เราป่วย เราก็กิน ชีวิตไม่ต้องยุ่งยาก
คนอื่นก็ว่าบ้าง คนข้างเคียงก็ว่าบ้า แต่ก็ไม่ได้สนใจ เพราะเรารู้ว่ามันดี อย่างแฟนก็จะบอกอย่าเอามาวางแถวนี้นะ ก็ไม่เป็นไร บอกเขาไม่ต้องเป็นห่วง เพราะเราจะหวงน้ำปัสสาวะเราอยู่แล้ว มันไม่พอกิน เรารู้อยู่ว่ามันคือความจริง เราพิสูจน์เองว่ามันดี ก็จะบอกต่อคนอื่น

ล่าสุดลูกน้องที่สวนยาง ไปรถล้มมา เป็นผู้หญิงกับลูกสาว มีแผลบริเวณใบหน้า ไปถูกับพื้น เขาล้างแผลอยู่2 วัน ก็บอกเขาไม่ต้องไปล้างแผลแล้ว ได้แนะนำให้น้ำปัสสาวะเช็ดตรงที่เป็นแผล ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เขาไปล้างแผลอยู่ 2 วัน แผลยังไม่แห้งเลย เขาใช้น้ำปัสสาวะเช็ดแผลเพียงวันเดียว แผลที่เป็นบริเวณใบหน้า แห้งหมดเลย ก็บอกเขาว่ามันมีประโยชน์ ให้ทาให้ลูกด้วย ทาตอนแรกเด็กก็ร้อง พอทาไปสักพัก เด็กก็ไม่ร้องหลังจากที่เราแกะแผลออก รถล้มใหม่ๆ ประมาณวันที่ 14-15 ยังเป็นแผลเป็น แผลน่ากลัว แต่พอมาเช็ดด้วยน้ำปัสสาวะ แค่วันเดียว มันแห้งหมดเลย

โรคเก๊าท์และทาผิวแทนโลชั่น การใช้น้ำปัสสาวะในชีวิตประจำวันของสจ๊วตหนุ่ม – วันชัย เบญจพรชัย

คุณวันชัย เบญจพรชัย อายุ 55 ปี จิตอาสาแพทย์วิถีธรรม สวนป่านาุบุญ 3

อาชีพ พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน (สจ๊วต) อดีตเป็นโรคเก๊าท์ มียูริคสูง มามากกว่า 10 ปี หมอบอกว่าเป็นกรรมพันธุ์ เพราะเป็นคนจีน ที่บ้านชอบทานเนื้อสัตว์มาก ทำให้มียูริคสูง ตอนแรกก็เชื่อตามที่หมอบอกคือโรคเก๊าท์ รักษาไม่ได้ ต้องกินยาตลอดชีวิต ก็กินยามาโดยตลอด เป็นเวลามากกว่า 10 ปี เราเชื่อแบบนั้นจริงๆ ว่าโรคนี้ไม่สามารถรักษาหายได้

วันหนึ่ง พอได้มาเข้าค่ายหมอเขียว มาปฏิบัติและกินแบบหมอเขียว คือกินอาหารรสจืด งดเนื้อสัตว์ ก็ตัดสินใจเลิกทานยาหมอช่วงตอนเข้าค่าย ตอนแรกก็กลัวเหมือนกัน กลัวจะเจ็บ เพราะอาการปวดของเก๊าท์หรือยูริคสูง จะปวดมาก ตอนนี้ก็เกือบ 3 ปีแล้วไม่ได้กินยาเลย ไม่มีอาการอะไร ปัจจุบัน ใช้วิธีปรับสมดุลเรื่องอาหาร ไม่ทานอาหารรสจัด ปรับมาทานน้ำปัสสาวะมากขึ้น

ปัจจุบันใช้น้ำปัสสาวะเป็นประจำคือใช้ดีท็อกซ์และแช่ตัว โดยเอาน้ำปัสสาวะที่เหลือผสมกับน้ำร้อน เพราะเป็นสจ๊วต เวลาไปเมืองนอก ก็จะแช่ทั้งตัวตามอ่าง โดยเฉพาะช่วงอากาศหนาว แต่ก่อนจะใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ทาทั้งตัว ทั้งหน้า เพราะอากาศหนาว ผิวจะแห้ง ปัจจุบันก็เลิกใช้  มอยเจอร์ไรเซอร์แล้ว หันมาใช้น้ำปัสสาวะแทน โดยหลังจากนำน้ำปัสสาวะมาล้างตา ล้างตาโดยใส่ถ้วยกระบอกล้างตา ที่เหลือนำมาทาหน้า ทาขา ทาตัว น้ำปัสสาวะ เหมือนมอยเจอร์ไรเซอร์จะช่วยเคลือบผิวไปในตัว ผิวไม่แตก ปกติเวลาบินยุโรปไกลๆ อากาศแห้ง หน้าหนาว ผิวจะแตกมาก จะใช้ปัสสาวะทา 2-3 ครั้ง พอนึกได้ ก็ทา เดี๋ยวก็แห้ง น้ำปัสสาวะเป็นสารเคลือบผิวได้ดี โดยไม่ต้องล้างออก ใส่สูท ผูกไทปกติ เพราะไม่มีกลิ่น โดยปกติเพื่อนที่สนิทกัน จะถามว่า “แกกินฉี่เหรอ” ก็ตอบเขาไป “ใช่ นี่ไง หน้าก็ทาด้วย” เพื่อนมองก็ งง ๆ ก็ไม่เป็นไร เราเองรู้สึกเฉยๆ เพราะน้ำปัสสาวะ ก็ไม่มีกลิ่น น้ำปัสสาวะจะมีกลิ่น ก็นอกจากไปโดนเสื้อผ้า จึงจะมีกลิ่น ขนาดฉี่ที่เอามาเก็บไว้ ข้ามคืน วันสองวันแล้ว เอาลองมาแตะๆดู เหมือนมีกลิ่น แต่พอมาทาหน้าเรา ก็ไม่มีกลิ่น

ทุกวันนี้ ตื่นเช้ามาก็จะดื่มวันละ 1 แก้ว และนำมาทาหน้า ทาตัว จะทาเป็นประจำ แต่ช่วงหน้าร้อน ที่นี่อากาศร้อนมาก ไม่จำเป็นต้องใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ ก็ไม่ค่อยใช้ และใช้ล้างตาเป็นประจำ แต่เวลาไปบิน ทั้งอากาศบนเครื่องบินเองหรือต่างประเทศ เมืองนอก ก็ยังประมาณ 10 องศา ยังหนาวอยู่ ผิวจะแห้งๆ ก็จะใช้น้ำปัสสาวะทาเป็นประจำ ทาขา ทาตัว

โดยปกติแล้วที่ขาจะเป็นผื่น แล้วจะเกาเป็นประจำ หลังจากที่ใช้น้ำปัสสาวะแล้ว ก็จะเกาน้อยลง หรือบางทีก็ใช้น้ำมันเขียวเหยาะด้วย ก็ไม่เป็นแผล ซึ่งแต่ก่อน จะไม่ได้เลย ต้องหาครีมมาทา ใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ ใช้วาสลีน ซึ่งเข้มข้นมากจะทำให้ผิวเราไม่แตก แต่เดี๋ยวนี้ไม่ต้องใช้แล้ว ปัสสาวะเราดีที่สุด

ส่วนครอบครัว แต่ก่อนนี้ เขายังไม่รู้ พอวันหนึ่งเริ่มบอกเขาว่าเราดื่มน้ำปัสสาวะ  ทุกคนตกใจ   แต่ก่อนจะเก็บน้ำปัสสาวะไว้ในห้องน้ำแล้วจะซ่อนๆไว้ หลังจากพอเราบอกเขาแล้ว ไม่ต้องซ่อนแล้ว ก็วางเปิดเผยแล้วก็มีแก้วใหญ่สำหรับใส่น้ำปัสสาวะ เพื่อเอาไปทำปุ๋ย พอตอนเช้าดื่มน้ำปัสสาวะเสร็จ ที่เหลือก็นำมาล้างตา บางทีก็เอาไปทำปุ๋ย บางทีลืม ก็จะอยู่ในห้องน้ำ แรกๆ ทุกคนเห็นก็จะกรี๊ด ตกใจ เพราะมันเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ แต่เราก็บอกเขาว่ามันเป็นสิ่งที่มีประโยชน์

สำหรับน้ำปัสสาวะที่ทิ้งไว้นาน โดยปกติ เอาไปทำปุ๋ยอยู่แล้ว แต่ถ้าบางทีลืม ก็จะเก็บเอาไปทาหน้า ทาขา ถ้าฉุนมากๆ วันนั้น ทดลองจิบดู จะมีกลิ่นแรง ฉุนนิดๆเพราะเก็บไว้หลายวัน แต่ก็อยากจะรู้ว่าจะอ๊วก จะอะไรไหม ก็ไม่เป็นไร เพราะอาจจะเคยชินกับมันแล้ว แต่เอามาทาตัวก็มีกลิ่นนิดหน่อย แต่พอสักพัก กลิ่นก็หายไป

น้ำปัสสาวะนี่ เป็นสิ่งที่เราไปเกลียดเขา เพราะบางทีเห็นแล้ว มันเป็นสิ่งที่น่าเกลียด เพราะมันอยู่ในห้องน้ำ เนื่องจาก ตามห้องน้ำ น้ำปัสสาวะมันอยู่ในโถ มันมีแบคทีเรีย มีจุลินทรีย์ มันเลยทำให้ ดูสกปรก น่ารังเกียจ แล้วมันมีกลิ่น และสกปรก  แต่จริงๆแล้วน้ำปัสสาวะ มันกรองออกมาจากไตและเป็นสิ่งที่สะอาดมาก ถ้าเราเก็บไว้ในภาชนะที่สะอาด มันก็จะสะอาด แล้วน้ำปัสสาวะก็คือของๆเรา ที่ถูกกรองออกมาแล้ว เรากินอะไรเข้าไป น้ำปัสสาวะก็จะออกมาเป็นแบบนั้น ยิ่งตอนช่วงที่เราไม่สบายนะ จะพยายามกินน้ำปัสสาวะมากๆเลย เพราะจะเป็นยา กลับไปรักษาตัวเราเอง ซึ่งมันดีมากๆ ไม่ต้องไปกินยาอะไรเลย กินจิบไปเรื่อยๆ  อาจารย์ (หมอเขียว) ก็เคยสอนว่า หลังจากเรากินน้ำปัสสาวะเข้าไป มันจะเหมือนเป็นวัคซีน พอกินเข้าไป เม็ดเลือดขาว ก็จะตกใจ ว่ามีเชื้อโรคอ่อนๆมาแล้ว เม็ดเลือดขาวก็จะสร้างขึ้นมาอีกแล้วก็จะไปกำจัดสิ่งที่อยู่ในน้ำปัสสาวะและเชื้อโรคที่อยู่ในตัวเราด้วย  พร้อมกันทีเดียวเลย

 

โรคต้อลม กับการใช้น้ำปัสสาวะหยอดตา – หมายขวัญพุทธ สุขโสด

หมายขวัญพุทธ สุขโสด จิตอาสาแพทย์วิถีธรรม

อดีตเป็นไกด์รัสเซีย รู้จักแพทย์วิถีธรรมตั้งแต่ปี 2554 และตัดสินใจมาเข้าค่ายสุขภาพที่ จ.กาญจนบุรี

ไม่เคยรู้จักน้ำปัสสาวะมาก่อน แต่เชื่อมั่นในแนวพุทธศาสนา เชื่อมั่นในหมอเขียวและพระพุทธเจ้า ซึ่งได้ระบุในพระไตรปิฎก ว่า น้ำปัสสาวะเป็นยารักษาโรคที่ดีที่สุด ที่เราสามารถผลิตเองได้ เชื่อมั่นและไม่ลังเล เข้าห้องน้ำ ทำการทดสอบเลย พบว่ารักษาโรคได้เยอะมาก ตั้งแต่หัวจรดเท้า

เคยมีอาการเป็นต้อลม จะมีอาการเมื่อโดนแดด ฝน ฝุ่นผงเลยก็ใช้น้ำปัสสาวะหยอดตา ปรากฏว่า ตาใส และเคยเกิดอุบัติเหตุ โดนเหล็กทิ่มที่นิ้วเท้า ไม่ได้ไปโรงพยาบาล และใช้น้ำปัสสาวะแช่แผลสดตลอดจนกระทั้งแผลหาย ปิดสนิท

น้ำปัสสาวะสามารถใช้ได้ทั้งแบบทานสดและหมักได้ ยิ่งหมักไว้ยิ่งดีมากแต่มันจะแสบ การหมักมี 2 แบบคือ หมักไว้เฉยๆและการหมักแบบใส่เปลือกมังคุดในโหลดองไว้ 15 วัน มีรสชาติกลมกล่อม ยิ่งหมักนาน ยิ่งมีค่าเป็นด่าง หลัง 15 วันก็สามารถนำไปใช้ได้เลย เมื่อเวลาปวดฟัน เจ็บฟัน ก็สามารถนำน้ำปัสสาวะมาบ้วนปากและหาย

ประโยชน์ของน้ำปัสสาวะคือ เราผลิตเอง ไม่ต้องไปขอใคร เป็นยาที่ติดตัวเรา เคยให้น้ำปัสสาวะของตนเองแก่ผู้ป่วยที่เป็นโรคไต มีภาวะฉุกเฉิน มีเลือดในลำไส้ออก อาเจียนเป็นเลือด เลยให้เขากินน้ำปัสสาวะผสมใบสาบเสือและน้ำคลอโรฟิลด์ (น้ำสมุนไพรฤทธิ์เย็น) ปรากฏว่าแค่ 15 นาที อาเจียนออกมา ไม่มีเลือดเลย ส่วนตัว นิยมกินแบบสด ตั้งแต่ตื่นนอนตอนเช้าก็จะทานน้ำปัสสาวะเลยวันละแก้ว น้ำปัสสาวะจะใส เหลืองอ่อนๆ คล้ายน้ำมะพร้าว แต่วันไหนกินอาหารรสจัด น้ำปัสสาวะก็จะเค็ม ตามอาหารที่เราทาน ก็จะระมัดระวัง วันไหนทานอาหารรสจัดก็จะไม่เอามาทาหน้า เดี๋ยวจะเป็นสิว ทุกวันนี้ร่างกายแข็งแรง อายุ 50 แล้ว แม้ว่าจะน้ำหนักลดไป 10 กิโลแต่ก็แข็งแรง สามารถทานน้ำปัสสาวะแทนข้าวได้เลย ถ้าช่วงที่ไม่สบายมากๆ จะทำน้ำปัสสาวะนาโน ซึ่งมีพลังสูงมาก แต่ต้องระวังเพราะมีประสิทธิภาพสูงในการกระทุ้งโรคแรง แต่หากไม่จำเป็น ก็ใช้น้ำปัสสาวะสดดีกว่า ควรปรับอาหาร ดื่มน้ำปรับสมดุล ออกกำลังกายจะช่วยขับพิษในร่างกายได้ดี ตอนนี้การใช้น้ำปัสสาวะทั่วโลกยอมรับแล้ว เป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่อยู่ในตัวเราและเราผลิตเองได้ เราพึ่งตนเองได้ ประหยัดเราไม่ต้องไปหาหมอ