ไขข้อข้องใจ “กรดยูริกในน้ำปัสสาวะ

ตอบคำถาม ไขข้อข้องใจเกี่ยวกับ กรดยูริคในน้ำปัสสาวะ มีหลายข้อมูลจนไม่รู้ว่าจะเชื่อใครดี 

ฟังทางนี้ !!! ดร.ใจเพชร กล้าจน (หมอเขียว) จะไขความข้องใจเกี่ยวกับกรดยูริคในน้ำปัสสาวะ

จากงานวิจัยของนักวิจัย มหาวิทยาลัยเบิร์กลีย์ ประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่า กรดยูริกในน้ำปัสสาวะเป็นสารต้านความชรา ต้านมะเร็ง ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้อายุยืน แต่วงการแพทย์กล่าวว่า เป็นสารพิษอาจทำให้เกิดโรคเก๊าท์ ไขข้ออักเสบ ข้อมูลขัดแย้งกัน จะเชื่อใครดี

หมอเขียวบอกว่า ให้เชื่อพระพุทธเจ้า ดีที่สุด ให้ทดลองใช้ดู ถ้าสบาย เบากายและมีกำลัง ก็เป็นสิ่งที่ดี  ถ้าใช้แล้วไม่สบาย ไม่เบากาย ก็ไม่ดี ในงานวิจัยเอง ก็มีข้อมูลที่แย้งไปแย้งมาได้ มีงานวิจัยหลายอย่างที่ทำไปทำมา พอถึงวันหนึ่งก็มีการเปลี่ยนแปลงตัวเลขเช่นกัน

ตย. งานวิจัยในอดีตเขาให้กินเนื้อ นม ไข่เยอะ แต่ปัจจุบันให้ลดเนื้อ เพิ่มผัก  หรือบางงานวิจัยบอกว่ายาบางตัวที่แก้คลื่นไส้ พอกินไปกินมา 10ปีต่อมา พบว่าส่งผลกระทบต่อหญิงมีครรภ์  ปรากฏว่าเด็กทารกที่คลอดออกมา พิการ จึงสั่งให้เลิกใช้

ในงานวิจัยนั้น ก็เป็นความจริงในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ในเหตุปัจจัยหนึ่ง ในงานวิจัยจริงๆ แล้วมีข้อบกพร่องเยอะ เพราะไม่สามารถควบคุมเหตุปัจจัยต่างๆได้ จะมีเหตุปัจจัยตัวอื่นมากระทบอยู่ งานวิจัยจริงๆ ไม่ได้ควบคุมเหตุปัจจัยได้ทั้งหมด เพราะฉะนั้น ในงานวิจัยเป็นเพียงค่าเฉลี่ยโดยรวมเท่านั้น

 

พระพุทธเจ้าตรัสว่า น้ำปัสสาวะเป็นยาที่หาได้ง่ายและไม่มีโทษ ซึ่งท่านได้ทดลองมาแล้ว 

ประเด็น กรดยูริกในน้ำปัสสาวะ มีนักวิจัยค้นพบว่า ต้านความชรา ต้านมะเร็ง ต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งดูจะขัดแย้งกับทางการแพทย์ ที่พูดถึงโรคเก๊าท์ ปวดข้อ ไขข้ออักเสบซึ่งเกิดจากการที่มีกรดยูริกเยอะ

โดยปกติ พืชและสัตว์ก็มีกรดยูริกเยอะ โดยเฉพาะสัตว์ 2 เท้าอย่างไก่ กินแล้วก็มีกรดยูริกเยอะ จะมีอาการปวดตามข้อ พอหยุดกินก็หายปวด พอหยุดกินก็จะหายปวดตามข้อ

ยูริกในพืชบางชนิด อาทิ หน่อไม้ ก็จะทำให้มีอาการปวดข้อได้เช่นกัน

ส่วนยูริกในปัสสาวะ เมื่อทานเข้าไปแล้ว จากที่ได้ทดลองด้วยตนเอง พบว่า กินทีไร ก็จะหายปวดตามข้อทุกครั้ง แสดงว่ากรดยูริกจากปัสสาวะเป็นยูริกที่แก้อักเสบได้ สามารถระงับปวดได้ เพราะพิสูจน์ได้จริงว่า ยูริคในน้ำปัสสาวะ เป็นยูริกที่ต้านชรา ต้านมะเร็ง ต้านสารอนุมูลอิสระนั้น ทำให้อายุยืนได้ เป็นเรื่องจริง เพราะได้พิสูจน์แล้วว่าโรคภัยไข้เจ็บลดลง กระชุ่มกระชวย มีชีวิตชีวา และยูริกในน้ำปัสสาวะนั้นเป็นยูริกคนละตัวกับพืชและสัตว์ มีโครงสร้างที่อาจจะเหมือนกัน แต่มีรายละเอียดต่างกัน เป็นยูริกที่ไม่เหมือนกัน มีคุณสมบัติที่แตกต่างกันไป

เช่นเดียวกับ สารเบต้าเคโรทีน ที่มีฤทธิ์ต้านมะเร็ง เพิ่มภูมิต้านทาน ลดโรคต่างๆ แม้ว่าเบต้าเคโรทีนในฟักทองกับเบต้าเคโรทีนในย่านางจะมีเยอะเหมือนกัน แต่ก็มีคุณสมบัติต่างกัน

 

ถ้าใครที่ไม่สบาย ไข้ขึ้น ไปกินเบต้าเคโรทีนจากฟักทอง ซึ่งเป็นเบต้าเคโรทีนร้อน จะทำให้ไข้ขึ้นได้ ส่วนการกินเบต้าเคโรทีนที่อยู่ในย่านาง ไข้จะลด มันเป็นเบต้าเคโรทีนเหมือนกัน แต่ไม่เหมือนกัน เพราะมีลักษณะที่ต่างกันอยู่ เบต้าเคโรทีนที่อยู่ในย่านาง มีฤทธิ์เย็น ส่วนเบต้าเคโรทีนในฟักทองนั้น มีฤทธิ์ร้อน หากใครเป็นโรคจากอาการร้อนเกิน กินเบต้าเคโรทีนจากฟักทองจะมีอาการแย่ลง กินเบต้าเคโรทีนจากย่านางจะดีขึ้น แต่ถ้าใครเป็นโรคที่เกิดจากภาวะเย็นเกิน กินเบต้าเคโรทีนจากย่านางจะแย่ลง กินเบต้าเคโรทีนจากฟักทองจะดีขึ้น

กรดยูริกในปัสสาวะ มีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ เบาบางและน้อย ไม่เหมือนกับเนื้อสัตว์หรือพืชบางชนิดที่มียูริกจำนวนมาก ซึ่งจำนวนมากจะเป็นโทษ ทำให้เกิดการอักเสบได้ ยูริกในน้ำปัสสาวะนั้นเจือจาง อยู่ในระดับวัคซีน สารต่างๆในน้ำปัสสาวะนั้น จะเจือจาง เป็นพิษน้อย การทำงานของวัคซีนคือ การเอาพิษเจือจางเข้าไปในชีวิต พลังชีวิต ร่างกายจะสร้างเม็ดเลือดขาวให้แข็งแรง สร้างร่างกายให้แข็งแรง มาต่อสู้ ขับและสลายพิษ ซึ่งเป็นกระบวนการวัคซีนในร่างกาย เขาจะสร้างตัว ลิมโฟไซต์ (อังกฤษ: lymphocyte) ซึ่งเป็นเม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่ง ทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบภูมิคุ้มกันของสัตว์มีกระดูกสันหลัง รวมถึงคนด้วย  กระบวนการนี้เอง ก็จะทำให้เกิดภูมิต้านทานตัวเชื้อโรคหรือพิษนั้นโดยตรง นี่คือกระบวนการวัคซีน แต่อย่างไรก็ตาม ต้องใช้พิษอ่อนๆ เจือจาง ไม่ใช่พิษที่เข้มข้น ซึ่งจะเป็นพิษ ซึ่งนี่คือสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ค้นพบ และใช้พิษอ่อนๆนี้ในการทำวัคซีน

ดังนั้นในน้ำปัสสาวะนั้น พิษที่มีคือพิษอ่อนๆเท่านั้นไม่ใช่พิษที่แรง หรือเข้มข้น ไม่ใช่แค่พิษจากกรดยูริกอย่างเดียว แต่มีพิษอื่นๆด้วย แต่มีสภาวะเป็นพิษอ่อนๆ พอเข้าไปในร่างกาย ก็ไปกระตุ้นให้ร่างกายสร้างลิมโฟไซต์ เม็ดเลือดขาว มากำจัดพิษในร่างกายก็เลยกำจัดยูริกจำนวนมากในร่างกายไปด้วย ไปๆมาๆก็หายจากโรคเก๊าท์ ซึ่งเรียกว่าเป็นวิธี พิษดับพิษ

ผลก็คือ คนที่เป็นโรคเก๊าท์แล้ว เมื่อกินปัสสาวะหรือสวนล้างลำไส้ด้วยปัสสาวะ หรือใช้น้ำปัสสาวะไปสัมผัสบริเวณที่ปวดนั้นแล้วอาการปวดลดลง เหล่านี้คือลักษณะของพิษดับพิษ

ในน้ำปัสสาวะนั้นไม่ได้มีแค่กรดยูริกอย่างเดียว ยังมีเชื้อโรคอื่นๆทุกอย่างในตัวเรา สารหรือพลังงานจากโรคทุกอย่างในตัวเรา แต่อยู่ในระดับที่เจือจาง มันจะถูกขับออกมาทางปัสสาวะ    เพราะในเนื้อเยื้อของร่างกายเราจะมี เปอรอกซิโซม (Peroxisome)  ซึ่งทำหน้าที่สลายพิษกำจัดพิษต่างๆในเซลล์และเนื้อเยื่อของเรา

ด้วยกลไกของเปอรอกซิโซม ร่างกายจะกำจัดพิษออกมาอยู่แล้วก่อนที่จะดันออกมาทางปัสสาวะ พิษที่ออกมาจากปัสสาวะจึงเป็นพิษอ่อนๆ  พอเข้าไปในร่างกาย จึงเป็นวัคซีน ที่ทำให้ชีวิตผลิต พลังงานมากำจัดพิษ กำจัดโรค ดันพิษ ทุกตัวในร่างกายของเรา น้ำปัสสาวะจึงกลายเป็นวัคซีนชั้นยอดที่ช่วยลดโรคได้ทุกโรค งานวิจัยจึงได้ค้นพบว่า น้ำปัสสาวะช่วยลดโรคทุกโรคจึงปรากฏว่า การดื่ม การใช้น้ำปัสสาวะ ไม่ได้ทำให้อาการปวดเพิ่มขึ้น

เพราะฉะนั้น ยูริกที่อยู่ในน้ำปัสสาวะ จึงเป็นยูริกในระดับวัคซีน ที่ไม่มีอันตราย เป็นวัคซีนที่ทำให้เราแข็งแรง ที่กระตุ้นให้เกิดภูมิต้านทานขึ้น ชีวิตจึงเกิดภูมิต้านทาน สร้างร่างกายให้แข็งแรงด้วยการสู้พิษ สลายพฺษ ขับพิษ เซลล์จึงแข็งแรง จึงมีงานวิจัยพบว่า น้ำปัสสาวะช่วยลดโรคได้ทุกโรค  เพราะว่าเป็นการเอาพิษอ่อนในร่างกายเรา เชื้อโรคทุกโรค ถูกกำจัดให้เป็นพิษอ่อนๆแล้วออกมาทางปัสสาวะ  พอออกมาทางปัสสาวะ น้ำปัสสาวะที่เราดื่มเข้าไป จึงกลายเป็นวัคซีน กลายเป็นการเพิ่มภูมิต้านทาน ที่สร้างเซลล์ให้แข็งแรงขึ้น

การใช้น้ำปัสสาวะ เป็นการอธิบายด้วยหลัก เหตุและผล เหตุคือ การดื่มน้ำปัสสาวะ การใส่น้ำปัสสาวะเข้าไปในร่างกายแล้ว ผลคือ โรคลดลง หายโรค  นี่เป็นการอธิบายกลไกของเหตุและผล

ในขณะที่กรดยูริกในหน่อไม้ ในไก่ ในเป็ด ในหมู หรือสัตว์ใหญ่ต่างๆ นั้นเยอะ เมื่อกินเข้าไปแล้วทำให้ปวดตามข้อ ปวดตามร่างกายต่างๆ กรดยูริกเหล่านี้ ทำให้ปวดและทรมานตามร่างกาย

ที่สำคัญคือ ถ้าเราชิงชัง รังเกียจ  อะไรมาก ให้เรากินตัวนั้นเลย รับรองเลยว่าเป็นยาที่แรงที่สุด มีประสิทธิภาพสูงจริง เพราะจะได้ล้างความชัง ล้างอัตตา ล้างกิเลสตัวชัง เมื่อใดที่เรากินตัวที่เราชังที่สุดได้ เราจะกินตัวใดก็ได้ เพราะจะมีประสิทธิภาพพอๆกัน

 

ใช้ล้างแผล แช่แผลและฉีดสเปรย์-จันดา ศาสตราชัย

คุณจันดา ศาสตราชัย เกษตรกร ที่ทำเกษตรอินทรีย์ จังหวัดอำนาจเจริญ
ได้รู้จักแพทย์วิถีธรรมจากการพาพ่อซึ่งป่วยเป็นมะเร็งลำไส้ ไปเข้าค่ายสุขภาพฯตามคำแนะนำของหมอเขียว (ดร.ใจเพชร กล้าจน) เมื่อปี 2550 ทำให้ได้รู้จักการใช้น้ำปัสสาวะจากค่ายสุขภาพครั้งนี้ และได้นำมาปฏิบัติต่อที่บ้าน โดยใช้หยอดหู หยอดตาและดื่มน้ำปัสสาวะเวลาที่มีอาการเจ็บคอ

จนกระทั้งประมาณปี 2558 ตนเองประสบอุบัติเหตุรถกะบะ เหยียบเท้า เท้าถูไปกับคอนกรีต ทำให้เนื้อบริเวณเท้า เป็นแผลฉีกขาด เป็นหลุมลึก 3 หลุม ได้รับคำแนะนำจากจิตอาสาแพทย์วิถีธรรมให้ใช้น้ำปัสสาวะในการรักษาแผลสด

เนื่องจากเป็นแผลสด ทำให้ต้องเดินทางไปที่อนามัย เพื่อล้างแผลเช้าและเย็น หลังจากไปล้างแผลที่อนามัย 3-4 วันเลยตัดสินใจใช้น้ำปัสสาวะและล้างแผลเองที่บ้าน
โดยใช้วิธีกางมุ้งนอนเพื่อกันแมลงวันและใช้น้ำปัสสาวะล้างแผล แช่แผล และฉีดสเปรย์บ่อยๆ รวมทั้งดื่มน้ำปัสสาวะด้วย ปรากฏว่า ประมาณ 3 วัน เนื้อตื้นเต็มขึ้นและประมาณ 1 เดือนกับอีก 20 วันก็เริ่มหัดเดิน ยิ่งทำให้มั่นใจในประสิทธิภาพของน้ำปัสสาวะในการรักษาแผลสด

น้ำปัสสาวะล้างจมูก รักษาโรคภูมิแพ้-ภัคธร คุ้มกิตติพร

คุณภัคธร คุ้มกิตติพร จิตอาสาแพทย์วิถีธรรม ภาคกลาง

อดีตมีอาการหลอดเลือดหัวใจตีบ 7 เส้น เป็นโรคภูมิแพ้ตั้งแต่เด็ก ได้มีโอกาสมาเข้าค่ายสุขภาพแพทย์วิถีธรรม ได้เจอพี่น้องจิตอาสาแพทย์วิถีธรรม ที่ได้เริ่มแนะนำการใช้น้ำปัสสาวะ จึงตัดสินใจใช้ในวันที่ 3ของค่าย โดยทดลองสูดน้ำปัสสาวะเข้าทางจมูกแบบดมยานัตถ์ุ หลังจากวันนั้น ก็ไม่ต้องทานยาแก้โรคภูมิแพ้อีกเลย

จนกระทั่งปัจจุบัน ก็ยังคงใช้น้ำปัสสาวะล้างจมูกแทบจะทุกวัน เพราะมีความมั่นใจในน้ำปัสสาวะ และได้เรียนรู้จากพี่น้องจิตอาสาหลายท่านว่า ในน้ำปัสสาวะนั้นมีสารต้านแก้อักเสบ                    มีประสบการณ์ลูกชายเกิดอุบัติเหตุ ตกจากรถกอล์ฟ มีบาดแผล จึงตัดสินใจใช้น้ำปัสสาวะทาที่บริเวณแผล  พอวันรุ่งขึ้น ลูกก็ไม่อาการเจ็บปวด ตึงเลย

นอกจากนี้ ยังได้ความรู้จากพี่น้องจิตอาสาและครูบาอาจารย์ (หมอเขียว) ว่าน้ำปัสสาวะเป็นยาและยังช่วยให้ร่างกายสร้างเม็ดเลือดขาว ช่วยสร้างภูมิต้านทาน ทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นจนปัจจุบัน โรคภูมิแพ้ได้หายไปจากชีวิตแล้ว ตั้งแต่ 14 วันแรกที่มาเริ่มปฏิบัติ จนปัจจุบันก็ไม่ได้เป็นโรคภูมิแพ้อีกเลย

มีประสบการณ์ลูกตัวร้อน น้ำปัสสาวะจะช่วยสร้างภูมิต้านทานโดยจะสร้างเม็ดเลือดขาวขึ้นมาสกัดเชื้อโรคอีก โดยปกติ อาการไข้ของลูกชาย ต้องใช้ระยะเวลา 3 วันถึงจะลดลง แต่พอใช้น้ำปัสสาวะ เพียงวันครึ่งก็สามารถหายเป็นปกติได้ นี่คือสิ่งมหัศจรรย์สำหรับผมและครอบครัว

และที่มั่นใจมากเพราะว่าทั้งชีวิตนั้นได้แต่ทานยาและไม่มีอะไรดีขึ้น พอทดลองใช้น้ำปัสสาวะอย่างเดียว ไม่ได้ใช้ยาอะไรเลย ผลก็คือโรคภูมิแพ้มันหายไป จึงมีความั่นใจมากขึ้น
ทุกวันนี 4 ปีแล้วใช้น้ำปัสสาวะอย่างเดียว แม้กระทั่งใช้แปรงฟัน รวมทั้งการใช้ทาที่ผิวหนังเพื่อกันยุง ได้ประมาณ 80% เมื่อทาน้ำปัสสาวะที่ขา ยังโดนยุงกัดน้อยกว่าที่ไม่ทาน้ำปัสสาวะ

ทุกวันนี้อาบน้ำออกมา ก็จะชะโลมตัวและยืนให้แห้ง ทุกวันนี้ไม่ได้ใช้โฟม ครีมล้างหน้า แต่ใช้น้ำปัสสาวะทาตัวแทน โดยไม่ได้ล้างออก ส่วนกลิ่นนั้น เราทานอาหารรสจืด แม้น้ำปัสสาวะจะโดนเสื้อผ้า จะยังไม่มีกลิ่นใดๆ

น้ำปัสสาวะฟังดูน่ารังเกียจ มันดูฉุน แต่จริงๆแล้ว พุทธองค์กล่าวไว้ว่าน้ำปัสสาวะเป็นเภสัช (ยา) มีในพระไตรปิฎก เพราะด้วยความศรัทธาในองค์พระพุทธเจ้า จึงตัดสินใจใช้น้ำปัสสาวะ ตามพระพุทธเจ้า

ใช้น้ำปัสสาวะในชีวิตประจำวัน หมักผม ทาหน้า – ณฐมน ปันฮิ

ณฐมน ปันฮิ จิตอาสาแพทย์วิถีธรรมภาคเหนือ
ในอดีตกินอาหารแบบไม่สมดุล ไม่รู้ว่าสมุนไพรอันไหนมีฤทธิ์ร้อน ฤทธิ์เย็น กินไปเรื่อยป่วยจนกระทั่งเจ็บป่วย

มีอาการเจ็บป่วยทุกเดือนโดยไม่รู้สาเหตุ พอไปหาหมอ หมอก็จะให้ยามากิน
ปี 2553 มีเพื่อนแนะนำให้ใช้น้ำปัสสาวะในการเช็ดผิว เช็ดหน้า

ตอนนั้นก็ไม่เชื่อ ในใจไม่กล้าจะใช้ จนกระทั้ง ได้มาเข้าค่ายหมอเขียว เคยป่วยด้วยโรคกรดไหลย้อน เป็นมากจนกระทั่งกรดกัดกล่องเสียงทำให้เสียงแหบ ไม่มีเสียงพูดเลย
พอได้มาเข้าค่ายหมอเขียว รู้สึกว่าชีวิตมันเปลี่ยนไป ตั้งแต่ปี 2553 จนถึงปัจจุบัน ส่วนใหญ่แทบไม่ค่อยได้ป่วยและไปโรงพยาบาลเลย

ในเรื่องประสบการณ์การใช้น้ำปัสสาวะ ตอนเข้าค่ายใหม่ๆ ก็มีการแนะนำให้ใช้ แต่ก็ยังไม่กล้าใช้ แต่เพราะมากับหมู่กลุ่มส่วนใหญ่ ซึ่งเขาใช้กันก็เลยตัดสินใจใช้

โดยการทดลองดื่มน้ำปัสสาวะในค่ายสุขภาพ พบว่าน้ำปัสสาวะตนเองรสชาติดี เหมือนน้ำข้าวโพดต้ม เลยเอามาหมักผม เอามาทาหน้า แช่เท้า ใช้ทั้งตัวเลย

เวลาอยู่มาค่ายหมอเขียว ก็จะใช้น้ำปัสสาวะ แต่พอกลับไปบ้าน อาหารจะไม่เหมือนในค่าย น้ำปัสสาวะจะมีรสชาติฝาดบ้าง เค็มบ้าง บางทีก็จะไม่ได้ใช้ เพราะอาหารในค่ายจะสะอาด ทำให้ดื่มน้ำปัสสาวะได้ง่ายขึ้น

แผลสด มีดบาด อุบัติเหตุหัวไหล่หัก กระดูกสามารถประสานได้เร็วด้วยน้ำปัสสาวะ – สมพิศ พรพิสุทธิวรกุล

คุณสมพิศ พรพิสุทธิวรกุล อายุ 58 ปี 

จิตอาสาแพทย์วิถีธรรม ภาคกลาง

ผลจากการทำงานเป็นเจ้าหน้าที่การเงินและดูแลพื้นที่ให้เช่า บริษัทเอกชน คือมีภาวะความเครียดสะสม ภาวะวัยทอง โรคซึมเศร้าและโรคกระเพาะ คุณสมพิศจำเป็นต้องไปหาหมอทานยาอยู่หลายปี เสียค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ต่อมาได้มีพี่แนะนำให้ไปค่ายสุขภาพแพทย์วิถีธรรม (หมอเขียว) ที่อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร และได้มีโอกาสมาเข้าค่ายสุขภาพฯ ต้นปี 2553 เมื่อจบค่ายได้กลับมาดูแลตัวเองต่อที่บ้าน ได้ใช้ศาสตร์แพทย์วิถีธรรม (หมอเขียว) ร่วมกับศาสตร์อื่นๆในการดูแลสุขภาพตนเอง แต่สิ่งสำคัญที่ไม่เคยขาดคือการใช้น้ำปัสสาวะ

น้ำปัสสาวะเหมือนเป็นวัคซีน เพราะเชื่อมั่นในคำสอนของพระพุทธเจ้า จึงได้ใช้น้ำปัสสาวะ ไม่ว่าจะเป็นการดื่มน้ำปัสสาวะในตอนเช้าและเย็น และได้ใช้มาโดยตลอด ซึ่งอาจจะขาดไปบ้างบางช่วงเวลา นอกจากดื่มทั้งเช้าและเย็นแล้วยังใช้น้ำปัสสาวะในการทาหน้า เคยมีอุบัติเหตุมีดบาดนิ้ว ก็ใช้น้ำปัสสาวะในการแช่แผล เพียงไม่ถึง 5 นาทีก็สามารถทำให้เลือดหยุดได้ และมีอุบัติเหตุหัวไหล่หัก ก็ดื่มน้ำปัสสาวะ ร่วมกับน้ำย่านาง สมุนไพรฤทธิ์เย็นและใช้น้ำปัสสาวะทาบริเวณหัวไหล่ทุกวัน ประมาณ 3 อาทิตย์กลับไปหาหมออีกครั้ง พบว่ากระดูกประสานกันได้ดีและเร็วขึ้น เมื่อเทียบกับอายุขนาดนี้

รู้สึกประทับใจ ในการใช้หลักการดูแลแบบยา 9 เม็ด (หมอเขียว) ซึ่งน้ำปัสสาวะนั้นก็เป็นหนึ่งในยาเม็ดที่ 1 การรับประทานน้ำสมุนไพรที่ถูกกัน น้ำปัสสาวะก็ถือว่าเป็นน้ำสมุนไพรในตัวเราเอง

ปัจจุบันคุณสมพิศยังคงดื่มน้ำปัสสาวะตลอด และยังใช้ทาและอาบ ใข้ทาหน้า หยอดหูเพราะตอนนี้มีอาการมีเสียงในหู

เพราะเชื่อมั่นในคำสอนของพระพุทธเจ้า ใช้สิ่งเรียบง่ายใกล้ตัวหรือในตัว 

น้ำปัสสาวะทำให้แข็งแรงขึ้น 

โรคเก๊าท์และทาผิวแทนโลชั่น การใช้น้ำปัสสาวะในชีวิตประจำวันของสจ๊วตหนุ่ม – วันชัย เบญจพรชัย

คุณวันชัย เบญจพรชัย อายุ 55 ปี จิตอาสาแพทย์วิถีธรรม สวนป่านาุบุญ 3

อาชีพ พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน (สจ๊วต) อดีตเป็นโรคเก๊าท์ มียูริคสูง มามากกว่า 10 ปี หมอบอกว่าเป็นกรรมพันธุ์ เพราะเป็นคนจีน ที่บ้านชอบทานเนื้อสัตว์มาก ทำให้มียูริคสูง ตอนแรกก็เชื่อตามที่หมอบอกคือโรคเก๊าท์ รักษาไม่ได้ ต้องกินยาตลอดชีวิต ก็กินยามาโดยตลอด เป็นเวลามากกว่า 10 ปี เราเชื่อแบบนั้นจริงๆ ว่าโรคนี้ไม่สามารถรักษาหายได้

วันหนึ่ง พอได้มาเข้าค่ายหมอเขียว มาปฏิบัติและกินแบบหมอเขียว คือกินอาหารรสจืด งดเนื้อสัตว์ ก็ตัดสินใจเลิกทานยาหมอช่วงตอนเข้าค่าย ตอนแรกก็กลัวเหมือนกัน กลัวจะเจ็บ เพราะอาการปวดของเก๊าท์หรือยูริคสูง จะปวดมาก ตอนนี้ก็เกือบ 3 ปีแล้วไม่ได้กินยาเลย ไม่มีอาการอะไร ปัจจุบัน ใช้วิธีปรับสมดุลเรื่องอาหาร ไม่ทานอาหารรสจัด ปรับมาทานน้ำปัสสาวะมากขึ้น

ปัจจุบันใช้น้ำปัสสาวะเป็นประจำคือใช้ดีท็อกซ์และแช่ตัว โดยเอาน้ำปัสสาวะที่เหลือผสมกับน้ำร้อน เพราะเป็นสจ๊วต เวลาไปเมืองนอก ก็จะแช่ทั้งตัวตามอ่าง โดยเฉพาะช่วงอากาศหนาว แต่ก่อนจะใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ทาทั้งตัว ทั้งหน้า เพราะอากาศหนาว ผิวจะแห้ง ปัจจุบันก็เลิกใช้  มอยเจอร์ไรเซอร์แล้ว หันมาใช้น้ำปัสสาวะแทน โดยหลังจากนำน้ำปัสสาวะมาล้างตา ล้างตาโดยใส่ถ้วยกระบอกล้างตา ที่เหลือนำมาทาหน้า ทาขา ทาตัว น้ำปัสสาวะ เหมือนมอยเจอร์ไรเซอร์จะช่วยเคลือบผิวไปในตัว ผิวไม่แตก ปกติเวลาบินยุโรปไกลๆ อากาศแห้ง หน้าหนาว ผิวจะแตกมาก จะใช้ปัสสาวะทา 2-3 ครั้ง พอนึกได้ ก็ทา เดี๋ยวก็แห้ง น้ำปัสสาวะเป็นสารเคลือบผิวได้ดี โดยไม่ต้องล้างออก ใส่สูท ผูกไทปกติ เพราะไม่มีกลิ่น โดยปกติเพื่อนที่สนิทกัน จะถามว่า “แกกินฉี่เหรอ” ก็ตอบเขาไป “ใช่ นี่ไง หน้าก็ทาด้วย” เพื่อนมองก็ งง ๆ ก็ไม่เป็นไร เราเองรู้สึกเฉยๆ เพราะน้ำปัสสาวะ ก็ไม่มีกลิ่น น้ำปัสสาวะจะมีกลิ่น ก็นอกจากไปโดนเสื้อผ้า จึงจะมีกลิ่น ขนาดฉี่ที่เอามาเก็บไว้ ข้ามคืน วันสองวันแล้ว เอาลองมาแตะๆดู เหมือนมีกลิ่น แต่พอมาทาหน้าเรา ก็ไม่มีกลิ่น

ทุกวันนี้ ตื่นเช้ามาก็จะดื่มวันละ 1 แก้ว และนำมาทาหน้า ทาตัว จะทาเป็นประจำ แต่ช่วงหน้าร้อน ที่นี่อากาศร้อนมาก ไม่จำเป็นต้องใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ ก็ไม่ค่อยใช้ และใช้ล้างตาเป็นประจำ แต่เวลาไปบิน ทั้งอากาศบนเครื่องบินเองหรือต่างประเทศ เมืองนอก ก็ยังประมาณ 10 องศา ยังหนาวอยู่ ผิวจะแห้งๆ ก็จะใช้น้ำปัสสาวะทาเป็นประจำ ทาขา ทาตัว

โดยปกติแล้วที่ขาจะเป็นผื่น แล้วจะเกาเป็นประจำ หลังจากที่ใช้น้ำปัสสาวะแล้ว ก็จะเกาน้อยลง หรือบางทีก็ใช้น้ำมันเขียวเหยาะด้วย ก็ไม่เป็นแผล ซึ่งแต่ก่อน จะไม่ได้เลย ต้องหาครีมมาทา ใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ ใช้วาสลีน ซึ่งเข้มข้นมากจะทำให้ผิวเราไม่แตก แต่เดี๋ยวนี้ไม่ต้องใช้แล้ว ปัสสาวะเราดีที่สุด

ส่วนครอบครัว แต่ก่อนนี้ เขายังไม่รู้ พอวันหนึ่งเริ่มบอกเขาว่าเราดื่มน้ำปัสสาวะ  ทุกคนตกใจ   แต่ก่อนจะเก็บน้ำปัสสาวะไว้ในห้องน้ำแล้วจะซ่อนๆไว้ หลังจากพอเราบอกเขาแล้ว ไม่ต้องซ่อนแล้ว ก็วางเปิดเผยแล้วก็มีแก้วใหญ่สำหรับใส่น้ำปัสสาวะ เพื่อเอาไปทำปุ๋ย พอตอนเช้าดื่มน้ำปัสสาวะเสร็จ ที่เหลือก็นำมาล้างตา บางทีก็เอาไปทำปุ๋ย บางทีลืม ก็จะอยู่ในห้องน้ำ แรกๆ ทุกคนเห็นก็จะกรี๊ด ตกใจ เพราะมันเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ แต่เราก็บอกเขาว่ามันเป็นสิ่งที่มีประโยชน์

สำหรับน้ำปัสสาวะที่ทิ้งไว้นาน โดยปกติ เอาไปทำปุ๋ยอยู่แล้ว แต่ถ้าบางทีลืม ก็จะเก็บเอาไปทาหน้า ทาขา ถ้าฉุนมากๆ วันนั้น ทดลองจิบดู จะมีกลิ่นแรง ฉุนนิดๆเพราะเก็บไว้หลายวัน แต่ก็อยากจะรู้ว่าจะอ๊วก จะอะไรไหม ก็ไม่เป็นไร เพราะอาจจะเคยชินกับมันแล้ว แต่เอามาทาตัวก็มีกลิ่นนิดหน่อย แต่พอสักพัก กลิ่นก็หายไป

น้ำปัสสาวะนี่ เป็นสิ่งที่เราไปเกลียดเขา เพราะบางทีเห็นแล้ว มันเป็นสิ่งที่น่าเกลียด เพราะมันอยู่ในห้องน้ำ เนื่องจาก ตามห้องน้ำ น้ำปัสสาวะมันอยู่ในโถ มันมีแบคทีเรีย มีจุลินทรีย์ มันเลยทำให้ ดูสกปรก น่ารังเกียจ แล้วมันมีกลิ่น และสกปรก  แต่จริงๆแล้วน้ำปัสสาวะ มันกรองออกมาจากไตและเป็นสิ่งที่สะอาดมาก ถ้าเราเก็บไว้ในภาชนะที่สะอาด มันก็จะสะอาด แล้วน้ำปัสสาวะก็คือของๆเรา ที่ถูกกรองออกมาแล้ว เรากินอะไรเข้าไป น้ำปัสสาวะก็จะออกมาเป็นแบบนั้น ยิ่งตอนช่วงที่เราไม่สบายนะ จะพยายามกินน้ำปัสสาวะมากๆเลย เพราะจะเป็นยา กลับไปรักษาตัวเราเอง ซึ่งมันดีมากๆ ไม่ต้องไปกินยาอะไรเลย กินจิบไปเรื่อยๆ  อาจารย์ (หมอเขียว) ก็เคยสอนว่า หลังจากเรากินน้ำปัสสาวะเข้าไป มันจะเหมือนเป็นวัคซีน พอกินเข้าไป เม็ดเลือดขาว ก็จะตกใจ ว่ามีเชื้อโรคอ่อนๆมาแล้ว เม็ดเลือดขาวก็จะสร้างขึ้นมาอีกแล้วก็จะไปกำจัดสิ่งที่อยู่ในน้ำปัสสาวะและเชื้อโรคที่อยู่ในตัวเราด้วย  พร้อมกันทีเดียวเลย

 

โรคต้อลม กับการใช้น้ำปัสสาวะหยอดตา – หมายขวัญพุทธ สุขโสด

หมายขวัญพุทธ สุขโสด จิตอาสาแพทย์วิถีธรรม

อดีตเป็นไกด์รัสเซีย รู้จักแพทย์วิถีธรรมตั้งแต่ปี 2554 และตัดสินใจมาเข้าค่ายสุขภาพที่ จ.กาญจนบุรี

ไม่เคยรู้จักน้ำปัสสาวะมาก่อน แต่เชื่อมั่นในแนวพุทธศาสนา เชื่อมั่นในหมอเขียวและพระพุทธเจ้า ซึ่งได้ระบุในพระไตรปิฎก ว่า น้ำปัสสาวะเป็นยารักษาโรคที่ดีที่สุด ที่เราสามารถผลิตเองได้ เชื่อมั่นและไม่ลังเล เข้าห้องน้ำ ทำการทดสอบเลย พบว่ารักษาโรคได้เยอะมาก ตั้งแต่หัวจรดเท้า

เคยมีอาการเป็นต้อลม จะมีอาการเมื่อโดนแดด ฝน ฝุ่นผงเลยก็ใช้น้ำปัสสาวะหยอดตา ปรากฏว่า ตาใส และเคยเกิดอุบัติเหตุ โดนเหล็กทิ่มที่นิ้วเท้า ไม่ได้ไปโรงพยาบาล และใช้น้ำปัสสาวะแช่แผลสดตลอดจนกระทั้งแผลหาย ปิดสนิท

น้ำปัสสาวะสามารถใช้ได้ทั้งแบบทานสดและหมักได้ ยิ่งหมักไว้ยิ่งดีมากแต่มันจะแสบ การหมักมี 2 แบบคือ หมักไว้เฉยๆและการหมักแบบใส่เปลือกมังคุดในโหลดองไว้ 15 วัน มีรสชาติกลมกล่อม ยิ่งหมักนาน ยิ่งมีค่าเป็นด่าง หลัง 15 วันก็สามารถนำไปใช้ได้เลย เมื่อเวลาปวดฟัน เจ็บฟัน ก็สามารถนำน้ำปัสสาวะมาบ้วนปากและหาย

ประโยชน์ของน้ำปัสสาวะคือ เราผลิตเอง ไม่ต้องไปขอใคร เป็นยาที่ติดตัวเรา เคยให้น้ำปัสสาวะของตนเองแก่ผู้ป่วยที่เป็นโรคไต มีภาวะฉุกเฉิน มีเลือดในลำไส้ออก อาเจียนเป็นเลือด เลยให้เขากินน้ำปัสสาวะผสมใบสาบเสือและน้ำคลอโรฟิลด์ (น้ำสมุนไพรฤทธิ์เย็น) ปรากฏว่าแค่ 15 นาที อาเจียนออกมา ไม่มีเลือดเลย ส่วนตัว นิยมกินแบบสด ตั้งแต่ตื่นนอนตอนเช้าก็จะทานน้ำปัสสาวะเลยวันละแก้ว น้ำปัสสาวะจะใส เหลืองอ่อนๆ คล้ายน้ำมะพร้าว แต่วันไหนกินอาหารรสจัด น้ำปัสสาวะก็จะเค็ม ตามอาหารที่เราทาน ก็จะระมัดระวัง วันไหนทานอาหารรสจัดก็จะไม่เอามาทาหน้า เดี๋ยวจะเป็นสิว ทุกวันนี้ร่างกายแข็งแรง อายุ 50 แล้ว แม้ว่าจะน้ำหนักลดไป 10 กิโลแต่ก็แข็งแรง สามารถทานน้ำปัสสาวะแทนข้าวได้เลย ถ้าช่วงที่ไม่สบายมากๆ จะทำน้ำปัสสาวะนาโน ซึ่งมีพลังสูงมาก แต่ต้องระวังเพราะมีประสิทธิภาพสูงในการกระทุ้งโรคแรง แต่หากไม่จำเป็น ก็ใช้น้ำปัสสาวะสดดีกว่า ควรปรับอาหาร ดื่มน้ำปรับสมดุล ออกกำลังกายจะช่วยขับพิษในร่างกายได้ดี ตอนนี้การใช้น้ำปัสสาวะทั่วโลกยอมรับแล้ว เป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่อยู่ในตัวเราและเราผลิตเองได้ เราพึ่งตนเองได้ ประหยัดเราไม่ต้องไปหาหมอ

 

โรคหูดับ กับการใช้น้ำปัสสาวะในการดูแลตนเอง ใช้น้ำปัสสาวะหยอดหู – สำรวม แก้วแกมจันทร์

สำรวม แก้วแกมจันทร์ ข้าราชการบำนาญที่ผันตัวมาเป็นจิตอาสาแพทย์วิถีธรรม

เป็นโรคภูมิแพ้ แพ้ทั้งอากาศ แพ้ฝุ่น แพ้กลิ่น แรกๆ รับไม่ได้กับการใช้น้ำปัสสาวะ แต่เพราะเห็นคุณค่าและประโยชน์ของน้ำปัสสาวะ จึงตัดสินใจใช้ในที่สุด

ปัจจุบัน ใช้ทุกวันในชีวิตประจำวัน ใช้หยอดตา หยอดหู ทาหน้า อาบน้ำ สระผม มีประสบการณ์การเจ็บป่วย ที่ใช้น้ำปัสสาวะคือ มีอาการหูดับ แต่ไม่รู้ว่าเป็น มีอาการหูอื้อ แต่โชคดีที่หยอดหูด้วยน้ำปัสสาวะเป็นประจำอยู่แล้ว เจ็บจนไม่สามารถแคะขี้หูได้ วันหนึ่งแคะหู ปรากฏว่า ขี้หูออกมาด้วย เหมือนเนื้อมะขามเปียก และมีเม็ดสีขาว คล้ายผลึกเกลือ ซึ่งก็คือ หินปูนที่อยู่ในหู จนกระทั้งต่อมารู้ว่านี่คือ อาการของคนเป็นหูดับ

ประโยชน์ของน้ำปัสสาวะคือ ช่วยปรับสมดุลและขับพิษร้อนของร่างกาย ไม่เคยรู้จักการใช้น้ำปัสสาวะมาก่อน แต่ทราบจากแม่ สมัยเป็นเด็กซึ่งแม่ใช้ผ้าอ้อมชุบน้ำปัสสาวะ เช็ดในปากให้น้อง แต่เราก็ยังไม่กล้า เพราะคิดว่าสกปรก ความเชื่อมั่นเริ่มมีมากขึ้นเมื่อได้มาฟังหมอเขียวพูดถึงการใช้น้ำปัสสาวะ รวมทั้งได้มีงานวิจัยระดับโลกรองรับเรื่องนี้ จึงทำให้ตระหนักมากขึ้นว่า น้ำปัสสาวะ ดีจริง ประหยัด เรียบง่าย สะดวก มีอยู่ในตัว แค่เข้าห้องน้ำ เท่านั้นและแถมยังช่วยให้เราลดความชิงชังรังเกียจไปด้วย เคยแนะนำคนอื่น โดยค่อยๆพูดและเล่าประสบการณ์ตัวเองและแม่ให้ฟัง บางคนก็เชื่อ บางคนก็ไม่เชื่อ …

591024 เสวนา มหัศจรรย์ น้ำปัสสาวะ

น้ำปัสสาวะ ถือเป็นเรื่องใหม่สำหรับคนที่ยังไม่รู้จัก แต่ในหมู่จิตอาสาแพทย์วิถีธรรม (หมอเขียว) ได้ใช้น้ำปัสสาวะเป็นประจำ ในค่ายสุขภาพและพระไตรปิฎกฯ รวมทั้งค่ายแฟนพันธ์ุแท้ฯ ในครั้งนี้ ผู้ร่วมสัมมนา มาจากหลากหลายอาชีพ ใช้น้ำปัสสาวะในการรักษาและแก้ไขปัญหาสุขภาพในหลายๆรูปแบบ

Untitled-1

เสวนา มหัศจรรย์ น้ำปัสสาวะ โดยทีมงานจิตอาสาแพทย์วิถีธรรม

นางวลัยพรรณ พลอยแสงสาย เป็นมะเร็งปากมดลูกลามไปรังไข่ แชร์ประสบการณ์ส่วนตัวที่ใช้น้ำปัสสาวะแล้วเกิดความมหัศจรรย์ในการรักษาอาการฉุกเฉิน แผลแตกบริเวณหน้าท้องซึ่งตื้นขึ้นอย่างมหัศจรรย์

นางสาวศิริกานต์ รังคะวิภา ใช้น้ำปัสสาวะในการรักษาแผลซึ่งเกิดจากยุงกัด และลุกลามเร็วบริเวณเท้า จนกระทั้งตรวจพบว่าเป็นแบคทีเรียกินเนื้อคน โดยใช้น้ำปัสสาวะร่วมกับการรักษาแพทย์แผนปัจจุบัน

คุณหมอวงศ์ประสิทธิ์ มะลิรส รพ.สต.บ้านท่าไคร้ จังหวัดกาฬสินธ์ ใช้น้ำปัสสาวะในการดูแลคุณแม่ที่ป่วยเป็นเบาหวาน ตับแข็งระยะสุดท้าย ไตเสื่อม รีดสีดวงทวารและไวรัสตับอักเสบบี เคยใช้ยาแพทย์แผนปัจจุบันในการรักษาตับแข็งตั้งแต่ปี 2549-2555 แต่อาการไม่ดีขึ้น มีประสบการณ์การใช้น้ำปัสสาวะทั้งกับตัวเองและคุณแม่

ประสบการณ์การใช้น้ำปัสสาวะในชีวิตประจำวัน-ฐิติมา ใหม่สมเด็จ

Clip3

 

นางฐิติมา ใหม่สมเด็จ จิตอาสาแพทย์วิถีธรรม สังกัดสวนป่านาบุญ 3 ปทุมธานี

อดีตเจ้าของกิจการโรงพิมพ์ ผันตัวเองมาทำงานศูนย์บาท ใช้น้ำปัสสาวะเป็นประจำ

ทำงานมากกว่า 20 ปี มีความเครียดและเร่งรีบจากการทำงาน ป่วยเรื้อรังจากการใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน มีอาการไหล่ติดและน้ำในหูไม่เท่ากัน ทำงานหนัก หาหมอทุกปี หาเงินซื้อประกันชีวิต

ปี 2553 อบรมค่ายสุขภาพ ต่อมาผันตัวเองมาเป็นจิตอาสาแพทย์วิถีธรรมเต็มตัว ทำงานศูนย์บาท ประจำอยู่ที่ สวนป่านาบุญ3 คลองสาม ปทุมธานี ปลายปี2555 เร่ิ่มใช้น้ำปัสสาวะอย่างจริงจัง โดยการดื่มในตอนเช้า หยอดหู หยอดตา ใช้ดีท็อกซ์สวนล้างลำไส้ใหญ่ ใช้พอกหน้า เช็ดหน้าและหมักผม การรับประทานอาหารสุขภาพปรับสมดุล ทำให้น้ำปัสสาวะใสและจืด สามารถดื่มได้ง่าย