น้ำปัสสาวะล้างจมูก รักษาโรคภูมิแพ้-ภัคธร คุ้มกิตติพร

คุณภัคธร คุ้มกิตติพร จิตอาสาแพทย์วิถีธรรม ภาคกลาง

อดีตมีอาการหลอดเลือดหัวใจตีบ 7 เส้น เป็นโรคภูมิแพ้ตั้งแต่เด็ก ได้มีโอกาสมาเข้าค่ายสุขภาพแพทย์วิถีธรรม ได้เจอพี่น้องจิตอาสาแพทย์วิถีธรรม ที่ได้เริ่มแนะนำการใช้น้ำปัสสาวะ จึงตัดสินใจใช้ในวันที่ 3ของค่าย โดยทดลองสูดน้ำปัสสาวะเข้าทางจมูกแบบดมยานัตถ์ุ หลังจากวันนั้น ก็ไม่ต้องทานยาแก้โรคภูมิแพ้อีกเลย

จนกระทั่งปัจจุบัน ก็ยังคงใช้น้ำปัสสาวะล้างจมูกแทบจะทุกวัน เพราะมีความมั่นใจในน้ำปัสสาวะ และได้เรียนรู้จากพี่น้องจิตอาสาหลายท่านว่า ในน้ำปัสสาวะนั้นมีสารต้านแก้อักเสบ                    มีประสบการณ์ลูกชายเกิดอุบัติเหตุ ตกจากรถกอล์ฟ มีบาดแผล จึงตัดสินใจใช้น้ำปัสสาวะทาที่บริเวณแผล  พอวันรุ่งขึ้น ลูกก็ไม่อาการเจ็บปวด ตึงเลย

นอกจากนี้ ยังได้ความรู้จากพี่น้องจิตอาสาและครูบาอาจารย์ (หมอเขียว) ว่าน้ำปัสสาวะเป็นยาและยังช่วยให้ร่างกายสร้างเม็ดเลือดขาว ช่วยสร้างภูมิต้านทาน ทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นจนปัจจุบัน โรคภูมิแพ้ได้หายไปจากชีวิตแล้ว ตั้งแต่ 14 วันแรกที่มาเริ่มปฏิบัติ จนปัจจุบันก็ไม่ได้เป็นโรคภูมิแพ้อีกเลย

มีประสบการณ์ลูกตัวร้อน น้ำปัสสาวะจะช่วยสร้างภูมิต้านทานโดยจะสร้างเม็ดเลือดขาวขึ้นมาสกัดเชื้อโรคอีก โดยปกติ อาการไข้ของลูกชาย ต้องใช้ระยะเวลา 3 วันถึงจะลดลง แต่พอใช้น้ำปัสสาวะ เพียงวันครึ่งก็สามารถหายเป็นปกติได้ นี่คือสิ่งมหัศจรรย์สำหรับผมและครอบครัว

และที่มั่นใจมากเพราะว่าทั้งชีวิตนั้นได้แต่ทานยาและไม่มีอะไรดีขึ้น พอทดลองใช้น้ำปัสสาวะอย่างเดียว ไม่ได้ใช้ยาอะไรเลย ผลก็คือโรคภูมิแพ้มันหายไป จึงมีความั่นใจมากขึ้น
ทุกวันนี 4 ปีแล้วใช้น้ำปัสสาวะอย่างเดียว แม้กระทั่งใช้แปรงฟัน รวมทั้งการใช้ทาที่ผิวหนังเพื่อกันยุง ได้ประมาณ 80% เมื่อทาน้ำปัสสาวะที่ขา ยังโดนยุงกัดน้อยกว่าที่ไม่ทาน้ำปัสสาวะ

ทุกวันนี้อาบน้ำออกมา ก็จะชะโลมตัวและยืนให้แห้ง ทุกวันนี้ไม่ได้ใช้โฟม ครีมล้างหน้า แต่ใช้น้ำปัสสาวะทาตัวแทน โดยไม่ได้ล้างออก ส่วนกลิ่นนั้น เราทานอาหารรสจืด แม้น้ำปัสสาวะจะโดนเสื้อผ้า จะยังไม่มีกลิ่นใดๆ

น้ำปัสสาวะฟังดูน่ารังเกียจ มันดูฉุน แต่จริงๆแล้ว พุทธองค์กล่าวไว้ว่าน้ำปัสสาวะเป็นเภสัช (ยา) มีในพระไตรปิฎก เพราะด้วยความศรัทธาในองค์พระพุทธเจ้า จึงตัดสินใจใช้น้ำปัสสาวะ ตามพระพุทธเจ้า

โรคหูดับ กับการใช้น้ำปัสสาวะในการดูแลตนเอง ใช้น้ำปัสสาวะหยอดหู – สำรวม แก้วแกมจันทร์

สำรวม แก้วแกมจันทร์ ข้าราชการบำนาญที่ผันตัวมาเป็นจิตอาสาแพทย์วิถีธรรม

เป็นโรคภูมิแพ้ แพ้ทั้งอากาศ แพ้ฝุ่น แพ้กลิ่น แรกๆ รับไม่ได้กับการใช้น้ำปัสสาวะ แต่เพราะเห็นคุณค่าและประโยชน์ของน้ำปัสสาวะ จึงตัดสินใจใช้ในที่สุด

ปัจจุบัน ใช้ทุกวันในชีวิตประจำวัน ใช้หยอดตา หยอดหู ทาหน้า อาบน้ำ สระผม มีประสบการณ์การเจ็บป่วย ที่ใช้น้ำปัสสาวะคือ มีอาการหูดับ แต่ไม่รู้ว่าเป็น มีอาการหูอื้อ แต่โชคดีที่หยอดหูด้วยน้ำปัสสาวะเป็นประจำอยู่แล้ว เจ็บจนไม่สามารถแคะขี้หูได้ วันหนึ่งแคะหู ปรากฏว่า ขี้หูออกมาด้วย เหมือนเนื้อมะขามเปียก และมีเม็ดสีขาว คล้ายผลึกเกลือ ซึ่งก็คือ หินปูนที่อยู่ในหู จนกระทั้งต่อมารู้ว่านี่คือ อาการของคนเป็นหูดับ

ประโยชน์ของน้ำปัสสาวะคือ ช่วยปรับสมดุลและขับพิษร้อนของร่างกาย ไม่เคยรู้จักการใช้น้ำปัสสาวะมาก่อน แต่ทราบจากแม่ สมัยเป็นเด็กซึ่งแม่ใช้ผ้าอ้อมชุบน้ำปัสสาวะ เช็ดในปากให้น้อง แต่เราก็ยังไม่กล้า เพราะคิดว่าสกปรก ความเชื่อมั่นเริ่มมีมากขึ้นเมื่อได้มาฟังหมอเขียวพูดถึงการใช้น้ำปัสสาวะ รวมทั้งได้มีงานวิจัยระดับโลกรองรับเรื่องนี้ จึงทำให้ตระหนักมากขึ้นว่า น้ำปัสสาวะ ดีจริง ประหยัด เรียบง่าย สะดวก มีอยู่ในตัว แค่เข้าห้องน้ำ เท่านั้นและแถมยังช่วยให้เราลดความชิงชังรังเกียจไปด้วย เคยแนะนำคนอื่น โดยค่อยๆพูดและเล่าประสบการณ์ตัวเองและแม่ให้ฟัง บางคนก็เชื่อ บางคนก็ไม่เชื่อ …

อาการคันตา แสบจมูก เจ็บคอ กับการใช้น้ำปัสสาวะรักษาโรคภูมิแพ้ – เครือแก้ว คุณะวัฒนา

อาการคันตา แสบจมูกผลจากภูมิแพ้ของพี่แก้ว เครือแก้ว คุณะวัฒนา อายุ 51 ปี จิตอาสาแพทย์วิถีธรรม สังกัดสวนป่านาบุญ3 กับการใช้น้ำปัสสาวะ

เครือแก้ว คุณะวัฒนา อดีตเป็นพนักงานการเงิน เคยป่วยเป็นภูมิแพ้ เกือบ 20 ปี มีอาการคันตา แสบจมูก เจ็บคอ ได้ทดลองใช้น้ำปัสสาวะหยอดตาและล้างจมูก สามารถหายได้อย่างปาฎิหาริย์ แทนการทานยาเคมีจากคลีนิคและโรงพยาบาล


พอได้มาเข้าค่ายสุขภาพ แพทย์วิถีธรรม ธันวาคมปี2552 ได้รับข้อมูล การใช้น้ำปัสสาวะในการบำบัดโรค

ปัจจุบันใช้น้ำปัสสาวะในชีวิตประจำวันคือ หากมีอาการคันตา เคืองตา แสบจมูก คันจมูก เจ็บคอ จะใช้น้ำปัสสาวะการหยอดล้างตา หู, ล้างจมูกโดยใช้ไซริงค์, ดื่มรับประทาน, นำไปดีท็อกซ์สวนล้างสำไส้ใหญ่, อาบน้ำแทนการใช้สบู่

เคยเจ็บป่วย มีไข้ขึ้นสูง รักษาอาการฉุกเฉินได้ด้วยการใช้น้ำปัสสาวะ ผสมน้ำสมุนไพรฤทธิ์เย็นและเหยาะน้ำมันเขียว ใส่ผงถ่านเล็กน้อย

ตลอดระยะเวลา 7-8 ปี ที่ผ่านมา ไม่เคยใช้ยา และสามารถพึ่งตนเองได้มากขึ้น รวมทั้งทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพตนเองอีกด้วย